นายกมล ตรรกบุตร นายกสภาวิศวกร เปิดเผยว่า หลังจากที่สภาวิศวกรและสภาสถาปนิกมีการหารือกับทางผู้แทนจีน เมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เกี่ยวกับข้อเสนอการถ่ายโอนเทคโนโลยี โดยหลักสำคัญให้มีการถ่ายโอนเทคโนโลยีการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง เพื่อให้ไทยสามารถเป็นผู้ผลิตรถไฟได้ด้วย ไม่ได้เป็นแค่ผู้ใช้งาน ซึ่งทางผู้แทนจีนเห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว และมีความเห็นมาว่าต้องการให้ทางสภาวิศวกรและสภาสถาปนิก รวบรวมแผนการถ่ายโอนเทคโนโลยี ว่าจะต้องมีรายละเอียดหรือจะทำให้เป็นรูปธรรมได้อย่างไรบ้าง
ด้านนายอมร พิมานมาศ เลขาธิการสภาวิศวกร กล่าวว่า การถ่ายโอนเทคโนโลยีอย่างเป็นรูปธรรมมีหลักสำคัญอยู่ว่า จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการหรือองค์กรที่จะเข้ามาดูรายละเอียด ขั้นตอนใน ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาและรวบรวมข้อมูล อย่างไรก็ตามคาดว่าจะได้ข้อสรุปเพื่อเสนอในประชุมร่วมกับผู้แทนจีนในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้
สำหรับการจัดอบรม ทำแบบทดสอบและออกใบอนุญาตให้วิศวกรและ สถาปนิกจีน ในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ในล็อตแรกจะจัดอบรมให้กับวิศวกรจีนที่จะเข้ามาทำงานในการก่อสร้างตอนที่ 1 สถานีกลางดง-ปางอโศก ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร ประมาณ 40-50 คน โดยในสัญญาฉบับที่ 2.1 งานออกแบบรายละเอียดโครงสร้างพื้นฐานด้านโยธา ที่จะมีการลงนามสัญญา ระหว่างรัฐบาลไทย-จีน ในระหว่างวันที่ 15-17 สิงหาคมนี้ จะมีโน้ตเอ็นทีพีหรือใบแจ้งดำเนินการเพื่อให้มีการจัดอบรม ทำแบบทดสอบและออกใบอนุญาตให้กับวิศวกรและสถาปนิกจีนได้ ไม่ต้องรอให้การลงนามสัญญาแล้วเสร็จ ซึ่งการจัดอบรมฯ จะทำคู่ขนานไปกับการลงนามสัญญา ไม่ขัดกับคำสั่ง คสช. และหลังจากนั้นจะมีการจัดอบรม ทดสอบและออกใบอนุญาตให้วิศวกรและสถาปนิกในล็อตถัดไปรวมทั้งหมดประมาณ 400 คน โดยจะต้องทำการอบรมฯ ทั้งหมดได้ภายใน 120 วันตามที่ในประกาศ มาตรา 44 ระบุไว้ ก่อนที่จะเริ่มก่อสร้างโครงการ ทั้งนี้ จะมีวิศวกรและสถาปนิกไทย 450 คนเข้าร่วมออกแบบ และทำงานกับจีน ซึ่งสภาวิชาชีพกำลังคัดเลือกผู้เหมาะสม