ภก.สงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า เปิดเผยในรายการ “เป็นเรื่องเป็นข่าว”ว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นสินค้าที่ทำลายสุขภาพ องค์การอนามัยโลกชี้ว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุของการเกิดโรคกว่า 200 โรค นอกจากนั้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังสร้างปัญหาตามมามากมาย เช่น เป็นต้นเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ ทั้งทำตัวเองตายและทำผู้อื่นตาย และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจทำให้ผู้ดื่มไปก่อเหตุที่เป็นความผิดได้ ดังนั้นปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นมีความจำเป็นที่จะต้องมีกฎหมายที่ควบคุม ทั้งการห้ามโฆษณาเป็นหนึ่งในมาตรการที่ต้องควบคุม อย่างบุหรี่ประเทศไทยห้ามโฆษณาเด็ดขาดไม่ว่าสื่อช่องทางใด แต่ส่วนตัวมองว่าบุหรี่ยังไม่มีผลกระทบรุนแรงเท่ากับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉะนั้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ไม่ควรโฆษณาเช่นเดียวกัน เพราะตัวสินค้าเองเป็นสารเสพติดไม่ต้องโฆษณาคนก็ติดอยู่แล้ว ซึ่งตอนนี้สถานการณ์การนักดื่มได้มีนักดื่มหน้าใหม่มีมากขึ้น
ทั้งนี้ การที่ให้ดารามาโฆษณาเพราะดารามีอิทธิพลมากกับการที่จะพรีเซนต์สินค้าใดๆ สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหลักๆได้ง่าย ซึ่งดารามีอิทธิพลต่อคนรุ่นใหม่ นักการตลาดจะทราบดีว่าดารามีอิทธิพลต่อการซื้อของบุคคลทั่วไป แต่ตามกฎหมายไม่ได้ห้ามแค่ดาราหรือบุคคลที่มีชื่อเสียง แต่พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ระบุว่า มาตรา 32 ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อันเป็นการอวดอ้างสรรพคุณหรือชักจูงให้ผู้อื่นดื่มโดยทางตรงหรือทางอ้อม ซึ่งหากใครโพสต์ภาพนี้ลงไปในโลกโซเชียลนั้นก็อาจจะผิดกฎหมายได้
นายปณิธาน ตงศิริ ตัวแทนกลุ่มขบวนการเสรีเบียร์ กล่าวว่า ในมุมมองของผู้บริโภคและผู้ประกอบต้องการความชัดเจน ว่าอะไรทำได้และอะไรทำไม่ได้ เพราะได้ศึกษาตัวกฎหมายนี้ทั้งหมดจะอยู่ที่ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบุตัวกฎหมายให้ชัดเจนมากกว่านี้ โดยเห็นด้วยกับมาตรการที่กำหนดว่าไม่ให้ดาราโฆษณาเพราะมีอิทธิพลกับประชาชนเป็นอย่างมากและเป็นบุคคลสาธารณะ แต่คำถามก็คือ ณ ตอนนี้ใครเป็นดาราและใครเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง เพราะตอนนี้มีบุคคลที่มีชื่อเสียงจำนวนมาก การที่ไม่ให้โพสต์อะไรเลยอาจจะละเมิดสิทธิส่วนบุคคลหรือไม่