การประชุมผู้นำชาติ EU ในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยมเมื่อวานนี้ มีการหารือถึงประเด็นความรุนแรงประเทศยูเครนเป็นหลัก โดยพุ่งเป้าไปที่การให้ทุกฝ่ายทำตามข้อตกลงจากโต๊ะเจรจาสันติภาพ โดยเฉพาะรัสเซีย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เหมือนกับแผนหยุดยิงเมื่อเดือนกันยายน ที่ถูกฉีกเพียงแค่ไม่กี่วันหลังทุกฝ่ายบรรลุข้อตกลงร่วมกัน
นาง แองเกล่า แมร์เคิล ผู้นำเยอรมนี ใช้เวทีนี้เตือนรัสเซีย ว่าจะเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่จาก EU หากละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งที่ประชุมต่างเห็นพ้องว่า ต้องจับตารัสเซียอย่างใกล้ชิด โดยยังไม่มีการหารือถึงแนวทางคว่ำบาตรเพิ่มเติม
ในที่ประชุมนี้ ประธานาธิบดี เปโตร โปโรเชนโก ของยูเครน ยังได้กล่าวถึงรายละเอียดข้อตกลงการเจรจาสันติภาพกรุงมินส์อีกครั้งว่า ข้อตกลงหยุดยิง จะมีผลในวันอาทิตย์นี้ ซึ่งผู้นำชาติ EU มองว่านี่คือขั้นตอนสำคัญในการแก้ปัญหาความรุนแรงที่ดำเนินอยู่/ หลังจากนั้นจะมีการถอนอาวุธหนักจากแนวรบภายใน 2 สัปดาห์ นับจากวันที่ 16 กุมภาพันธ์ และกองทัพยูเครนและกลุ่มกบฏจะต้องดึงกำลังพลและอาวุธออกจากแนวรบฝ่ายละ 25 กิโลเมตร อันจะเป็นผลให้ Safety zone เพิ่มขึ้น/ ปล่อยตัวนักโทษ และแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อกระจายอำนาจในการปกครองตนเองแก่กลุ่มกบฏฝักใฝ่รัสเซียทางตะวันออกให้มากขึ้น
ส่วนประเด็นการรับมือการก่อการร้าย ซึ่งกลายเป็นประเด็นใหญ่หลังเกิดเหตุกราดยิงในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ที่ประชุมมีมติเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในแต่ละประเทศ ซึ่งรวมถึงการแลกเปลี่ยนรายชื่อผู้โดยสารของสายการบินต่างๆ/ เพิ่มความเข้มงวดการรักษาความปลอดภัยบริเวณชายแดน และปราบปรามขบวนการก่อการร้ายบนโลกโซเชียล