กรมสุขภาพจิต แนะพ่อแม่ดูแลลูกท่ามกลางวิกฤตน้ำท่วม


โดย PPTV Online

เผยแพร่




กรมสุขภาพจิต แนะ พ่อแม่ตั้งสติ อย่าลืมดูแลลูกท่ามกลางวิกฤตน้ำท่วม เพราะเด็กอาจเกิดภาวะเครียด อีกทั้งควรระมัดระวังคำพูดในเรื่องวิกฤตที่เกิดขึ้นเพราะเด็กอาจรับรู้และแปลความอย่างผิดๆจนเกิดเป็นความหวาดกลัว

วันนี้ (30 ก.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นาวาอากาศตรี นายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้น เด็กๆ อาจได้รับผลกระทบทางจิตใจไปด้วย อันเนื่องจากการที่ได้เห็นและรับรู้ความทุกข์ความกังวลของผู้ใหญ่และคนในครอบครัว ซึ่งเด็กๆ อาจสูญเสียสัตว์เลี้ยง หรือของเล่นที่ตนรัก ชีวิตประจำวันตามปกติต้องสะดุดลง เช่น โรงเรียนต้องปิด ต้องอพยพย้ายที่อยู่ เป็นต้น รวมไปถึงการที่เห็นคนในครอบครัวและคนที่รู้จักบาดเจ็บหรือเสียชีวิตในพื้นที่ที่เกิดสถานการณ์รุนแรงได้ ดังนั้น การป้องกันปัญหาสุขภาพจิตที่ดีที่สุดในภาวะเช่นนี้ คือ การเตรียมพร้อมรับมือ ซึ่งเด็กจะเป็นปกติสุขได้ หากพ่อแม่ผู้ปกครองสามารถปรับตัวจัดการกับปัญหาได้ทั้งระหว่างเกิดภัยน้ำท่วมและในภายหลัง เด็กๆ มักต้องการพึ่งพาในเรื่องข้อมูลทั่วไป คำปลอบโยนและความช่วยเหลือ  

อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวอีกว่า ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นของเด็กแต่ละวัยอาจตอบสนองต่อภาวะน้ำท่วมและผลที่ตามมาแตกต่างกันไปตามระดับอายุ พัฒนาการ และประสบการณ์ที่เคยมีมาก่อน พ่อแม่จึงควรรับรู้และสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ปฏิกิริยาที่อาจพบ ในเด็ก เช่น กลัว หวาดหวั่นเรื่องความปลอดภัยของตนและคนอื่นๆ รวมทั้งของสัตว์เลี้ยง กลัวการแยกจากคนในครอบครัวมีพฤติกรรมติดผู้ใหญ่ พ่อแม่ พี่น้อง มีพฤติกรรมอยู่ไม่นิ่งเพิ่มขึ้น สมาธิและความตั้งใจลดลง ถดถอย หลีกหนีผู้อื่น โกรธ หงุดหงิดง่าย ลงมือลงเท้า แสดงอารมณ์ก้าวร้าวกับพ่อแม่ พี่น้อง เพื่อน บ่นเจ็บป่วยไม่สบาย ปวดท้อง ปวดหัว พฤติกรรมการเรียนเปลี่ยนไป เช่น ไม่สนใจเรียน เพ่งความสนใจอยู่กับเรื่องน้ำท่วม เช่น พูดถึงซ้ำๆ แสดงเนื้อหาเรื่องน้ำท่วมในการเล่น ไวต่อสิ่งเตือนใจที่ทำให้นึกถึงน้ำท่วม มีปัญหาการกินการนอน ขาดความสนใจในกิจกรรมที่เคยชอบ พฤติกรรมถดถอย เช่น กลับมาปัสสาวะรดที่นอน เป็นต้น ทั้งนี้ ในกรณีที่เด็กอาจยกเรื่องต่างๆ ที่เขากังวลสงสัยขึ้นมาถามซ้ำๆ ผู้ใหญ่ก็ไม่ควรกังวลใจหรือเบื่อที่จะตอบ และในเด็กเล็ก หลังจากคุยกันแล้ว อาจเล่านิทาน หรือเรื่องราวสนุกๆ ให้เขาฟัง หรือทำกิจกรรมสบายๆ ผ่อนคลายร่วมกันในครอบครัว เพื่อทำให้เด็กรู้สึกปลอดภัย ผ่อนคลายและใจสงบได้

นอกจากนี้พ่อแม่ผู้ปกครอง สามารถช่วยได้ โดยแสดงตนเป็นแบบอย่างของการปรับตัวในทางที่ดีมีอารมณ์สงบมั่นคง เพื่อให้เด็กเรียนรู้วิธีจัดการกับปัญหาที่เหมาะสม ระมัดระวังคำพูดของผู้ใหญ่ในเรื่องวิกฤตที่เกิดขึ้นเพราะเด็กอาจรับรู้และแปลความอย่างผิดๆจนเกิดเป็นความหวาดกลัว ดูแลและจำกัดการรับรู้จากสื่อและข่าวสาร โดยเฉพาะข่าวที่แพร่ซ้ำๆหรือแสดงภาพที่น่าหวาดกลัว ให้ความมั่นใจกับเด็กว่า ผู้ใหญ่สามารถช่วยกันดูแลให้เขาปลอดภัย 

 

ลงทะเบียนดูบอลออนไลน์ฟรี PPTV HD 36

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ