นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีเหตุความรุนแรงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ว่า ตนได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ และได้มอบหมายให้โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขพื้นที่โดยรอบให้การดูแลผู้บาดเจ็บอย่างดีที่สุด
โดยเน้นย้ำให้ติดตามอาการผู้ป่วยอาการหนักอย่างใกล้ชิด เตรียมความพร้อมเตียงและทรัพยากรสนับสนุน รวมถึงระบบการประสานส่งตัวอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งให้กรมสุขภาพจิตส่งทีม MCATT
ดูแลช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ และสื่อสารทำความเข้าใจกับสังคม เพื่อไม่ให้เป็นการสร้างบาดแผลทางจิตใจ หรือเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ ซึ่งขณะนี้มีทีม MCATT ลงพื้นที่แล้ว จำนวน 7 ทีม ได้แก่ โรงพยาบาลศรีธัญญา 2 ทีม สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา 1 ทีม สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ 1 ทีม สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ 1 ทีม ศูนย์สุภาพจิตที่4 จำนวน 1 ทีม และกองบริหารระบบบริการสุขภาพจิต 1 ทีม รวม 35 คน
ด้าน นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า จากเหตุการณ์ใช้อาวุธปืนภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี แม้สถานการณ์จะคลี่คลายแล้ว แต่เหตุการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของนักเรียน ผู้ปกครอง ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้เห็นเหตุการณ์ รวมถึงประชาชนที่ติดตามข่าวสาร ทำให้เกิดความตกใจ หวาดกลัว วิตกกังวล หรือสับสนได้ จึงขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐและแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ หลีกเลี่ยงการส่งต่อภาพ คลิป หรือเนื้อหาที่มีความรุนแรง รวมถึงการนำเสนอรายละเอียดของผู้ก่อเหตุหรือวิธีการก่อเหตุเกินความจำเป็น เพื่อเคารพสิทธิและศักดิ์ศรีของผู้ประสบเหตุและครอบครัว ตลอดจนลดผลกระทบทางจิตใจต่อเด็กและเยาวชนที่อาจซึมซับความรุนแรงจากสื่อ ทั้งนี้ กรมสุขภาพจิตได้สนับสนุนการปฏิบัติงานของทีมปฏิบัติการด้านสุขภาพจิตในภาวะวิกฤต (Mental Health Crisis Assessment and Treatment Team หรือ MCATT) ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรีและโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า โดยจัดส่งทีมสหวิชาชีพจากโรงพยาบาลศรีธัญญา ศูนย์สุขภาพจิตที่ 4 สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ และกองบริหารระบบบริการสุขภาพจิต รวมทั้งสิ้น 82 คน ลงพื้นที่ให้การปฐมพยาบาลด้านจิตใจและประเมินภาวะสุขภาพจิตแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุกราดยิง ณ 3 จุด ได้แก่
- โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี
- โรงเรียนชาญรัตน์วิทยา
- โรงพยาบาลบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี
โดยให้การดูแลนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และผู้ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิด พร้อมติดตามฟื้นฟูสุขภาพจิตทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง เพื่อลดผลกระทบทางจิตใจและสนับสนุนให้ผู้ได้รับผลกระทบสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว
นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมสุขภาพจิตได้กำหนดแผนการดูแลเยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นระบบ โดยแบ่งกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบตามระดับความใกล้ชิดกับเหตุการณ์ ได้แก่
- กลุ่ม A ผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิต
- กลุ่ม B ผู้ได้รับบาดเจ็บ ญาติ นักเรียนและบุคลากรที่อยู่ในเหตุการณ์
- กลุ่ม C ผู้ปกครอง นักเรียน บุคลากรของโรงเรียน
- กลุ่ม D ประชาชนทั่วไปที่รับรู้เหตุการณ์
สำหรับระยะสั้นภายใน 1–14 วัน ทีม MCATT จะลงพื้นที่ให้การปฐมพยาบาลด้านจิตใจ ประเมินภาวะเสี่ยง จัดกิจกรรมเยียวยาสำหรับนักเรียน ครู และผู้ปกครองเมื่อสามารถกลับเข้าสู่โรงเรียนได้ พร้อมติดตามครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างใกล้ชิดและจัดทำแผนการดูแลรายครอบครัว ระยะกลางในช่วง 2–12 สัปดาห์ จะติดตามผลและฟื้นฟูสุขภาพจิตรายบุคคลและรายครอบครัว เฝ้าระวังภาวะผิดปกติหลังเผชิญเหตุสะเทือนขวัญ ส่งต่อผู้ที่มีความเสี่ยงเข้าสู่ระบบการรักษา และเสริมสร้างความเข้มแข็งทางใจ (Community Resilience) ให้แก่ครู บุคลากร และนักเรียน ทั้งนี้ ขอความร่วมมือผู้ปกครองและครูดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด โดยจำกัดการรับชมหรือการส่งต่อภาพและคลิปเหตุการณ์รุนแรง เปิดโอกาสให้เด็กได้ระบายความรู้สึก รับฟังด้วยความเข้าใจ ไม่เร่งซักถามหรือให้เล่าเหตุการณ์ซ้ำ ๆ พร้อมช่วยให้เด็กค่อย ๆ กลับเข้าสู่กิจวัตรประจำวันตามความเหมาะสม และสังเกตอาการผิดปกติ เช่น หวาดกลัว นอนไม่หลับ ฝันร้าย หรือไม่ยอมไปโรงเรียน หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2–4 สัปดาห์ หรือส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ควรเข้ารับการประเมินจากบุคลากรสาธารณสุขหรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต และสามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยกรมสุขภาพจิตพร้อมบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อติดตามดูแลผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องและสนับสนุนการฟื้นฟูสุขภาพจิตอย่างเหมาะสม