เมื่อวันที่ (4 ส.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำตัดสินขององค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกา ถือเป็นหมากตัวสำคัญ ที่กลุ่มที่เรียกตัวเองว่าพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะนำไปใช้เคลื่อนไหวต่อ แม้ว่า คำพิพากษากลางจะยกฟ้องคดีนี้ แต่คำพิพากษาส่วนตนของ 1ใน9องค์คณะผู้พิพากษา ก็มีความเห็นว่านายสมชาย วงษ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และพวกมีความผิดในการสลายการชุมนุมปี 2651จริง
โดยเป็นอีกหนึ่งภาพเหตุการณ์สำคัญในรอบหลายปีที่ นายพิภพ ธงไชย นายสุริยะใส กตะศิลา นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ นายวีระ สมความคิด และกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี2551 กลับมาร่วมหารือแนวทางการต่อสู้คดีพร้อมกัน ต่อสาธารณชน
ขณะที่ การหารือครั้งนี้แม้พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นานสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ และนายสมศักดิ์ โกศัยสุข จะไม่ได้เข้าร่วมการประชุมด้วย แต่นายสุริยะใส ระบุว่า ทั้งหมดส่งความเห็นมาในที่ประชุมแล้ว
กรอบการหารือวันนี้พูดคุยถึงการตั้งนายวีระ เป็นผู้นำในการคิดตามความคืบหน้าการทำงานของ ป.ป.ช และ ในวันที่ 7 สิงหาคม ทางกลุ่มจะเดินทางไปส่งหนังสือถึง ป.ป.ช. เพื่อขอให้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลฎีกา ทั้งนี้ทางกลุ่มยืนยันว่าเคารพคำพิพากษาของศาล แต่อ้างว่ายังมีอีกหลายประเด็นที่คาดเคลื่อนจากข้อมูลของฝั่งพันธมิตร
นอกจากนี้ยังเตรียมให้ทนายความศึกษาคำพิพากษาโดยละเอียด เพราะ แม้ว่าคดีนี้องค์คณะผู้พิพากษาจะยกฟ้อง แต่ก็เป็นการยกฟ้องโดยเสียงข้างมาก มติ 8:1 ไม่ใช่มติเอกฉันท์ นั่นทำให้คำพิพากษาส่วนตนของผู้พิพากษา1คน ถือเป็นข้อต่อสู้ที่มีน้ำหนักมากที่สุดของกลุ่มพันธมิตรในขณะนี้
ทั้งนี้กลุ่มพันธมิตรยังเตรียมนำข้อมูลคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง และความเห็นของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ระบุว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐในเหตุการณ์ปี2551 เข้าข่ายเจตนาฆ่า มาใช้เป็นหลักฐานที่จะส่งให้ปปช.เพื่อยื่นอุทธรณ์คดี