งามไส้! ตร.คันนายาวยกปืนจ่อหัวหนุ่มบริสุทธิ์ยัดยาเสพติด

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หนุ่มผู้เสียหาย ถูกตำรวจ สน.คันนายาว เอาปืนจ่อหัว พยายามยัดยา ก่อนปล่อยตัว หลังตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดแต่ไม่พบ อ้างจับผิดตัว พร้อมให้ค่าทำขวัญ 5,000 บาท แต่ไม่รับเพราะต้องการเอาเรื่องถึงที่สุด

นายนรพันธ์ ศรีวิเชียร ผู้เสียหายถูกตำรวจ สน.คันนายาว ถูกซ้อม ตบหน้า เอาปืนจ่อหัว พยายามยัดยาเสพติด ก่อนปล่อยตัว หลังตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดแต่ไม่พบ แถมอ้างจับผิดตัว พร้อมให้ค่าทำขวัญ 5,000 บาท แต่ไม่รับเพราะต้องการเอาเรื่องถึงที่สุด เปิดเผยในรายการเป็นเรื่องเป็นข่าว ว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ส.ค.60 ระหว่างเดินทางไปหาเพื่อนที่คอนโดแห่งหนึ่ง ย่านวัชรพล แต่ขณะจอดรถโทรศัพท์คุยกับเพื่อน ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นายมากระชากมือถือไป พร้อมนำปืนมาจ่อที่หัว ยึดกระเป๋าเงิน กุญแจรถมอเตอร์ไซค์ โทรศัพท์มือถือ จึงคิดว่าถูกปล้น ก่อนจะถูกจับใส่กุญแจมือโดยล็อกแขนเข้ากับผู้หญิงอีกคน

ทั้งนี้ ช่วงระหว่างโดนจับกุมตัว ตนพยายามร้องขอความช่วยเหลือ แต่ถูกสั่งให้เงียบและถูกขู่ว่าหากเสียงดังจะยิงไส้แตก ก่อนที่ทั้ง 2 ราย แสดงบัตรออกมาแสดงว่าเป็นตำรวจ และนำยาเสพติดออกมายัดเยียดให้ว่าเป็นของตน ซึ่งได้โต้แย้งและยืนยันว่าไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด แต่เจ้าหน้าที่ทั้ง 2 รายพยายามยัดเยียดยาดังกล่าวมาให้ตลอด จากนั้นก็มีรถยนต์มารับเพื่อนำตัวไป สน.คันนายาว

ขณะที่ อยู่ที่ สน.คันนายาว ได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด แต่ระหว่างพูดอธิบาย เจ้าหน้าที่กลับหาว่าตนพยายามต่อสู้ และตำรวจทั้ง 2 ราย ที่จับกุมตอนบอกกับเจ้าหน้าที่ในรถว่าได้ต่อยกับตนมาแล้ว 1 ชุด ซึ่งไม่ใช่เรื่องจริงเพราะตนถูกใส่กุญแจมืออยู่ จากนั้นตำรวจให้ไปตรวจปัสสาวะ แต่ไม่พบสารเสพติด ก่อนจะปล่อยตัวกลับบ้าน ซึ่งระหว่างรับทรัพย์สินคืน ปรากฏว่าเงินตนหายไป 1,000 บาท ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จับกุมมาพูดว่าแนะนำให้ไปทำบุญล้างซวย และให้ค่าทำขวัญ 5,000 บาท แต่ตนไม่รับ เพราะตนจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ซึ่งจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีการติดต่อมาขอโทษ 

พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผู้กำกับ สน.คันนายาว กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องมาได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ โดยยอมรับว่าเป็นตำรวจเป็นชุดจู่โจมของ สน.จริง ซึ่งอยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่สุ่มจับยาเสพติด ช่วงเวลาเกิดเหตุด้วยรูปพรรณ ลักษณะของ นายนรพันธ์ คล้ายกับที่เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้ง จึงมีการเข้าไปตรวจสอบ  แต่ยืนยันว่ามีการหากเจ้าหน้าที่ทำผิดจริงก็ต้องถูกลงโทษ เบื้องต้นได้มีการตรวจสอบพยานในช่วงที่เกิดเหตุ ภาพจากกล้องวงจรปิดในวันดังกล่าวแล้ว แต่จากการสอบถามพยานมีการยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามหน้าที่เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม จากการรายงานของตำรวจเป็นชุดจู่โจม แจ้งว่าวันดังกล่าวดำเนินการจับกุมผู้ต้องหากระทำความผิดยาเสพติดจริง ซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุของเรื่องนี้ประมาณ 200 เมตร แต่เมื่อนายนรพันธ์  มาถึง สน.คันนายาว ทางสายลับแจ้งว่าเป็นการจับกุมผิดตัว เพราะคนร้ายที่แจ้งก่อนหน้านี้หลบหนีไปแล้ว

ทนายเกิดผล แก้วเกิด กล่าวว่า สิ่งที่ตำรวจดำเนินการ ถือว่าเป็นการกระทำไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากไม่ได้มีการแสดงตัวให้แก่ผู้บริสุทธิ์หรือผู้ต้องสงสัยรับทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งลงมือก่อนที่จะแจ้งในภายหลัง ประกอบกับไม่ได้มีการแจ้งรายละเอียด รวมถึงสิทธิของผู้ต้องสงสัยให้รับทราบในข้อกฎหมาย แต่เรื่องที่เกิดขึ้นตั้งข้อสงสัยว่า ผู้กำกับ สน.คันนายาว ที่แถลงเรื่องการจับกุมว่าเป็นการจับผิดตัว แต่ระหว่างการแถลงกับเอาเรื่องอื่นมาอธิบายที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ เรื่องที่เกิดขึ้นต้องรอผลสอบว่าเป็นธรรมต่อนายนรพันธ์ ศรีวิเชียร ผู้เสียหาย ว่าจะเป็นเช่นไร หากไม่ได้รับความเป็นธรรมก็จะดำเนินการต่อผ่านคดีอาญา

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ