ภาพถ่ายของสืบ นาคะเสถียร ขณะทำงานในสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่ ถูกนำมาจัดแสดงไว้ในนิทรรศการครบรอบ 27 ปีของการจากไป เช่นเดียวกับภาพแสดงความสมบูรณ์ของสัตว์ป่าในห้วยขาแข้ง ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการปลิดชีวิตตัวเองของสืบ ก็ถูกนำมาจัดแสดงไว้คู่กัน ภาพทั้งหมดถูกจัดขึ้นเพื่อรำลึก และอาลัยต่อการจากไปของสืบ ไม่ต่างจากพวงหรีดผ้าขาวม้า
"พวงหรีดทั้งหมดถูกทำขึ้นมาจากผ้าขาวม้า เพราะผ้าขาวม้าเป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่สืบนำติดตัวไปด้วยทุกที่ เพราะสามารถใช้ได้สารพัดประโยชน์ ผ้าขาวม้าจึงกลายเป็นเหมือนสัญลักษณ์ และตัวแทนที่ทำให้คนนึกถึงสืบ"
"ผมขอพูดในนามของสัตว์ป่าทั้งหลาย เพราะพวกมันพูดไม่ได้" คือคำพูดของสืบ ที่ยังคงถูกนำมาถ่ายทอดผ่านสื่อ เพื่อสะท้อนเจตนารมณ์การปกป้องผืนป่าอย่างชัดเจน การปลิดชีวิตตัวเองด้วยกระสุนปืน 1 นัด เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2533
แม้จะผ่านมานานถึง 27 ปี แต่วีรยา โอชะกุล หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง มองว่าการเสียสละครั้งนั้น ยังคงให้ประโยชน์มาถึงทุกวันนี้ โดยเฉพาะการหาแนวทางแก้ไขปัญหาการบุกรุกป่าอย่างจริงจัง ของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
เช่นเดียวกับกลุ่มนักศึกษาชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ที่รวมกลุ่มกันมาเพื่อรำลึกถึงการจากไปของสืบ ที่มองว่าแม้เด็กรุ่นใหม่จะเกิดไม่ทันยุคนั้น แต่เจตนารมณ์ของสืบยังคงถูกถ่ายทอดมายังคนรุ่นใหม่เสมอ
ช่วงกลางดึกก่อนวันครบรอบของทุกๆปี หน้าอนุสาวรีย์ของสืบ นาคะเสถียร จะสว่างไสวไปด้วยแสงเทียน จากคนละ 1 เล่ม มารวมกันเป็นหลายร้อยเล่ม ซึ่งแสดงถึงแต่เจตนารมณ์จะยังคงถูกสานต่อพร้อมกับกำลังพลที่พร้อมจะปกป้องผืนป่าแห่งนี้
กัสกร ประดับมุข ถ่ายภาพ
ปรารถนา พรมพิทักษ์ รายงาน