รายได้ของบริษัท “เลโก้” ในช่วงครึ่งปีแรกลดลงถึงร้อยละ 5 โดยมีรายได้เพียง 7 หมื่น 9 พันล้านบาท ในขณะที่กำไรจากการดำเนินงานลดลงร้อยละ 6 มาอยู่ที่ประมาณ 2 หมื่น 3 พันล้านบาท ทำให้ประธานบริษัท นายยอน วิก คะนุดสทอร์ป ตัดสินใจปรับลดพนักงานลง 1,400 ตำแหน่ง หรือประมาณร้อยละ 8 ของพนักงานทั้งหมด 18,200 คน ภายในสิ้นปี 2017 นี้ พร้อมเตรียมปรับโครงสร้างองค์กรทั้งหมดภายใต้แนวคิดที่เน้น “ความเรียบง่าย และลดซับซ้อน”
โดยประธานบริษัทเลโก้ กล่าวยอมรับว่า "รู้สึกผิดหวังอย่างมากกับรายได้ที่ลดลง ทั้งๆที่เลโก้ เป็นสินค้าที่ได้รับการยอมรับในตลาดอย่างมาก" รวมทั้งเขารู้สึกเสียใจมากที่ต้องทำการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบชีวิตของเพื่อนร่วมงานหลายคนของบริษัท ทั้งนี้ เมื่อเดือนที่แล้ว เลโก้เพิ่งจะปลด นายบาหลี แพดดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารออก หลังดำรงตำแหน่งได้เพียง 8 เดือน
อย่างไรก็ตาม เลโก้เองก็ไม่ต่างกับบริษัทของเล่นอื่นๆ ที่ต้องเอาตัวรอดท่ามกลางการแข่งขันจากแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนและวีดีโอเกม โดยที่ผ่านมา ทางเลโก้ก็ได้พัฒนาปรับปรุงของเล่นของตัวเองให้ทันกับยุคดิจิทัลมากขึ้น ทั้งนี้ รายได้ของเลโก้มีอัตราการเติบโตที่ลดลงมาตั้งแต่ปี 2015 โดยเฉพาะในตลาดใหญ่ที่อิ่มตัวแล้ว เช่น สหรัฐฯ ก่อนที่จะมาหดตัวในปีนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2004 ที่บริษัทเกือบจะประสบภาวะล้มละลาย