องค์การนาซาประกาศ ยานอวกาศแคสสินี ได้ส่งภาพถ่ายจากการบินสำรวจพื้นที่ระหว่างวงแหวนและพื้นผิวของดาวเสาร์ทั้งหมด 22 ครั้ง ของยานสำรวจอวกาศแคสสินี เมื่อถึงเวลาประมาณ 1 ทุ่ม ตามเวลาประเทศไทย ยานแคสสินีก็จะเริ่มภารกิจสุดท้ายของมันโดยการ ลดระดับลงสู่ชั้นบรรยากาศของดาวเสาร์ด้วยความเร็วสูง เพื่อทำลายตัวเอง โดยจะเป็นการปิดฉากภารกิจสำรวจดาวเสาร์ที่ดำเนินมาเป็นระยะเวลานานถึง 13 ปี ขณะที่ ภารกิจสุดท้ายของแคสสินี คือการส่งข้อมูลและภาพถ่ายกลับมายังโลก เท่าที่มันสามารถจะส่งกลับมาได้ จนกว่าเครื่องจะถูกแรงเสียดทานจากชั้นบรรยากาศเผาจนมอดไป
สำหรับยานอวกาศแคสสินี เป็นยานอวกาศแบบไร้คนขับที่ถูกสร้างขึ้นโดยใช้งบประมาณมากถึง 4 พันล้านดอลาร์หรือ 130,000 ล้านบาท ภายใต้ความร่วมมือของ 3 องค์กร คือ นาซาของสหรัฐ สำนักงานอวกาศของยุโรป และ สำนักงานอวกาศของประเทศอิตาลี ตั้งแต่ปี 2004 แคสสินี ส่งภาพถ่ายกลับมาทั้งหมดกว่า 4 แสน 5 หมื่นรูป และสำรวจดวงจันทร์ของดาวเสาร์ทั้งหมด 62 ดวง ร่วมถึงการค้นพบมหาสมุทรบนดวงจันทร์ Enceladus ของดาวเสาร์หลังจากสังเกตุเห็นละอองน้ำจากพื้นผิวของดวงจันทร์
ส่วนสาเหตุที่นาซาตัดสินใจให้แคสสินีทำลายตัวเอง เนื่องจากเกรงว่าหากปล่อยให้เชื้อเพลิงหมด แคสสินีซึ่งกลายเป็นขยะอวกาศ อาจจะตกลงไปสู่ Titan, Enceladus, หรือ ดวงจันทร์ดวงอื่นๆ ได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศของดวงจันทร์เหล่านี้ ที่อาจจะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่