ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีคลิปวีดีโอนายจ้างลงโทษหญิงสาว โดยการให้นั่งที่เก้าอี้ และให้คนในร้านมาตบบนใบหน้าทีละคน ซึ่งภายในคลิปมีหญิงเสื้อดำโดนตบอย่างรุนแรง แต่มีคนพูดว่า ไม่ดังให้ตบใหม่ ทั้งหมดเป็นการลงโทษ สาเหตุมาจากทั้งคู่หยุดงานพร้อมกัน
โดยคลิปดังกล่าว ถูกแชร์ส่งต่อในโลกโซเชียลจนกลายเป็นประเด็นของคนในสังคมออนไลน์ ทำให้ตำรวจสน.บางขุนนนท์ นำไปสู่การเข้าขอตรวจค้นบ้านเช่าที่ ซอยจรัญสนิทวงศ์ 35 และได้จับกุม นางพรรณวรท ควบคุม หรือ นินิว ผู้ที่เป็นนายจ้างและตบเด็ก พร้อมแจ้งข้อหาคดีทำร้ายร่างกายผู้อื่นไม่ถึงกับได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ และทำการเปรียบเทียบปรับ นางสาวนินิว เป็นเงิน 500 บาท แล้วปล่อยตัวไป
ทั้งนี้ โลกโซเชียลได้ตั้งคำถามต่อว่า นอกจากกระทำความรุนแรงเกินกว่าเหตุแล้ว โมเดลลิ่งแห่งนี้มีการให้เด็กค้าประเวณี และเข้าข่ายค้ามนุษย์หรือไม่ ขอให้ตำรวจตรวจสอบและขยายต่อไปด้วย
ล่าสุด วันนี้ ( 18 ก.ย.60 ) กลุ่มหญิงสาวผู้เสียหายที่ปรากฎในคลิปภาพเวียนกันตบหน้า เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ หรือ ปคม. เพื่อให้ดำเนินคดีกับ นางสาวนินิวส์ ซึ่งเป็นผู้ดูแลบ้านพักของเด็กโคโยตี้ เนื่องจากมีพฤติกรรมค้ามนุษย์ จัดส่งเด็กที่อายุไม่ถึง 18 ปี เต้นโชว์ ตามสถานบันเทิง
ด้าน พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ เปิดเผยว่า การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเข้าข่ายการค้ามนุษย์ประเภทที่ 3 แสวงหาผลประโยชน์จากการกระทำทางเพศ ส่วนผู้ที่อยู่เบื้องหลังและพาดพิงถึงใครจะดำเนินการออกหมายเรียกเข้ามาสอบสวนข้อเท็จจริง รวมทั้งตรวจสอบความผิดสถานบันเทิง ว่ามีส่วนรู้เห็นหรือไม่ที่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี สวมบัตรประชาชนของบุคคลอื่น เข้าไปทำงาน
นอกจากนี้ นางสาวนินิว ที่กลุ่มหญิงสาวผู้เสียหาย แจ้งความดำเนินคดีแล้ว ยังแจ้งความเอาผิดกับ ผู้ที่ชื่อว่า ป๋าเกิด เป็นอดีตเจ้าของบ้านโคโยตี้ โดยกลุ่มผู้เสียหาย นำหลักฐานเป็นภาพโฆษณาในโปรแกรมแชทไลน์ของ ป๋าเกิด มีการระบุเชิญชวนหญิงสาวให้มาร่วมทำงานพีอาร์ โดยผู้เสียหายระบุว่า ป๋าเกิด มีพฤติกรรมบังคับให้หญิงสาวและสาวทอม ยอมมีเพศสัมพันธ์ เพื่อแลกกับการทำงานเป็นโคโยตี้ในสังกัด