โอกาสการขยายตัวของจังหวัดนครราชสีมา มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากความเป็นหัวเมืองใหญ่ ทำให้เกิดการพัฒนาระบบคมนาคมหรือการเดินทางมากขึ้น ทั้งแผนการก่อสร้างรถไฟทางคู่ไทย-ญี่ปุ่น ที่ผ่านจังหวัดนครราชสีมา รวมถึงการดำเนินการก่อสร้างมอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช ระยะทาง 196 กม. ซึ่งจะเปิดให้บริการในปี 2563 และที่เป็นประเด็นร้อนแรง ซึ่งถูกพูดถึงมากที่สุดว่ามีความคุ้มค่าหรือไม่ คือ โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงระยะแรก กรุงเทพ-นครราชสีมา ด้วยเม็ดเงินลงทุนเกือบ 180,000 ล้านบาท ระยะทาง 253 กิโลเมตร ความเร็วรถไฟ 250 กม./ชม. โดยคาดว่าโครงการจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้ในปี 2564
ด้านนักวิชาการ มองว่า การพัฒนาระบบคมนาคมที่เกิดขึ้นในเส้นทางเดียวกัน จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และอาจส่งผลกระทบต่อการใช้บริการรถไฟความเร็วสูงด้วยเช่นกัน แม้หลายฝ่ายมองว่า โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ยังมีข้อมูลน้อยมากที่จะวิเคราะห์ถึงความคุ้มค่าได้ในหลาย ๆ ด้าน แต่มีข้อเสนอแนวทางในการพัฒนาหลังจากนี้ โดยเฉพาะการพัฒนาเมืองควบคู่ไปด้วย
ทั้งนี้ สำหรับรถไฟความเร็วสูง ลงทุนเกือบ 180,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 2.5% ต่อปี นั่นหมายความว่าจะต้องเสียดอกเบี้ยประมาณปีละ 4,500 ล้านบาท ใช้ระยะเวลาก่อสร้างทั้งหมด 4 ปี หากคิดค่าใช้จ่ายทั้งหมดคร่าว ๆ จะลงทุนประมาณ 198,000 ล้านบาท ยังไม่รวมค่าบริหารจัดการและซ่อมแซมปีละพันล้านบาท โดยรัฐบาลคาดว่าในช่วงแรกจะมีผู้โดยสารสูงสุดอยู่ที่ 5,310 คนต่อวัน ดังนั้นต่อปีจะมีผู้โดยสารประมาณ 1.93 ล้านคน ค่าโดยสารอัตราสูงสุด กรุงเทพ-โคราช 535 บาท รายได้จากค่าโดยสารต่อปีจะเท่ากับ 1,032 ล้านบาท กว่าจะถึงจุดคุ้มทุนจะต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 191 ปี
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ผลประโยชน์ที่จะได้รับจากโครงการนี้ จะคิดเฉพาะรายได้จากการโดยสารเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ซึ่งรัฐบาลจะเข้าไปดูข้อกฏหมาย เพื่อให้เกิดการพัฒนาประโยชน์จากสองข้างทางด้วย เชื่อว่าจะเกิดการลงทุนอื่น ๆ ตามมา รวมถึงเกิดเมืองใหม่ ซึ่งผลประโยชน์จะตกกับประชาชนโดยตรง
ทองเนื้อเก้า คำพิมพ์ รายงาน