วันนี้ (25 ก.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์ จังหวัดชัยภูมิ กว่า 500 คน รวมตัวกันเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลปกครองนครราชสีมา เพื่อให้ศาลปกครองมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน และโรงไฟฟ้าชีวมวล ทั้งนี้สืบเนื่องจากกรณีที่กลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์ ในฐานะประชาชนผู้ได้รับผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและวิถีชุมชน จากกรณีบริษัทเอกชนเจ้าของโครงการเหมืองแร่โพแทชและเกลือหิน กำลังผลักดันโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน หรือโครงการไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม
สำหรับโครงการเหมือแร่โพแทชและเกลือหิน อำเภอบำเหน็จณรงค์ จังหวัดชัยภูมิ มีบริษัทผู้จัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการเหมืองแร่โพแทชและเกลือหิน และโครงการไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม เพื่อเสนอต่อสำนักงานนโยบายและคณะกรรมการนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) พิจารณา แต่ชาวบ้านพบว่ารายงานอีไอเอทั้ง 2 ฉบับมีความไม่ชอบธรรมหลายประเด็น เช่น ในรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการเหมืองแร่โพแทชและเกลือหิน ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน มีการลัดขั้นตอนการยื่นขอใช้ประโยชน์แหล่งน้ำสาธารณะ ส่วนรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม มีการส่งรายงานที่ขัดกับมติ สผ. และ คชก. อีกทั้งการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นในการเปลี่ยนแปลงเชื้อเพลิงจากถ่านหินเป็นชีวมวลกะลาปาล์ม เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา ชาวบ้านยังถูกกีดกันไม่ให้เข้าไปมีส่วนร่วมด้วย
นายมุ่ง มีชำนาญ ชาวบ้านในพื้นที่อำเภอบำเหน็จณรงค์ หนึ่งในชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ เปิดเผยว่า ชาวบ้านกว่า 2,000 ครัวเรือน ชที่ได้รับผลกระทบ ทุกคนไม่ต้องการให้มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน และโรงไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่ เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่าหลายแห่งประสบกับปัญหาด้านมลภาวะพิษเป็นอย่างมาก แม้ว่าชาวบ้านจะพยายามยื่นหนังสือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อคัดค้านแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่เป็นผล ดังนั้นจึงได้พากันเดินทางมายื่นฟ้องต่อศาลปกครอง
ด้านนายวัน พับขุนทด ชาวบ้านในพื้นที่อำเภอบำเหน็จณรงค์ กล่าวว่า ตนเองรู้สึกกังวลมากกับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน เพราะจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดน้ำเสีย และคุณภาพชีวิตของคนในหมู่บ้านเดือดร้อน จึงได้มารวมตัวเพื่อคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในครั้งนี้ รวมทั้งจะไม่เอาโรงไฟฟ้าชีวมวลด้วย เพราะมีผลกระทบเช่นกัน อยากให้ไปก่อสร้างที่อื่นแทน โดยหวังว่าทางศาลปกครองนครราชสีมา จะพิจารณาเห็นถึงความเดือดร้อนของชาวบ้าน และมีคำสั่งยกเลิกใบอนุญาตการก่อสร้างออกทั้งหมด