“เอฟบีไอ” เร่งหาแรงจูงใจมือปืนกราดยิงลาสเวกัส ยันไม่เกี่ยวไอเอส


โดย PPTV Online

เผยแพร่




สหรัฐฯ เร่งสืบสวนหาแรงจูงใจของมือปืนกราดยิงกลางงานคอนเสิร์ตในนครลาสเวกัส หลังเอฟบีไอยืนยันไม่พบหลักฐานเกี่ยวข้องกับกลุ่มไอเอส ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดเพิ่มเป็น 59 คน บาดเจ็บกว่า 500 คน

สำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) เร่งสืบหามูลเหตุจูงใจของมือปืนกราดยิงกลางเทศกาลดนตรีกลางแจ้ง ในนครลาสเวกัส ของสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นเหตุสังหารหมู่ครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ

ข้อมูลเบื้องต้น ผู้ก่อเหตุ คือ นายสตีเฟน แพดด็อก อดีตนักบัญชีวัย 64 ปี เป็นคนผิวขาว อาศัยอยู่ในชุมชนคนเกษียณอายุ มีประวัติเล่นการพนัน แต่ไม่เคยก่ออาชญากรรม โดยคนร้ายใช้ปืนไรเฟิลก่อเหตุกราดยิงผู้เข้าร่วมงานกว่า 22,000 คน จากห้องพักชั้น 32 ของโรงแรมมัณฑะเลย์ เบย์ ที่อยู่ติดกัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 59 คน บาดเจ็บ 527 คน ก่อนที่เขาจะตัดสินใจยิงตัวตาย

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกค้นห้องพักดังกล่าว พบว่าคนร้ายได้ทุบกระจกหน้าต่างห้องพัก เพื่อใช้เป็นจุดซุ่มยิง และพบปืนไรเฟิลซุกซ่อนอยู่ 16 กระบอก แต่จากการสอบถามแม่บ้านที่เข้าไปทำความสะอาดห้องพักช่วงก่อนเกิดเหตุ ได้รับการยืนยันว่าไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้ทำการบุกค้นบ้านพัก พบอาวุธปืนอีก 18 กระบอก ระเบิดจำนวนหนึ่ง และเครื่องกระสุนหลายพันนัด

น้องชายของแพดด็อกยืนยันว่ารู้สึกตกใจกับข่าวนี้ เพราะพี่ชายเป็นแค่ผู้ชายธรรมดาๆ เคยมีครอบครัว แต่ไม่มีลูก และไม่เคยฝึกการใช้อาวุธจากกองทัพ โดยก่อนก่อเหตุ เขาเพิ่งจะส่งคุกกี้ไปให้แม่

ก่อนหน้านี้ กลุ่มไอเอสออกมาอ้างว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง โดยบอกว่านายแพดด็อกเพิ่งเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามได้ไม่นาน อย่างไรก็ตาม เอฟบีไอยืนยันว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่พบความเชื่อมโยงใดๆกับกลุ่มก่อการร้ายต่างชาติ รวมถึงไอเอส จึงตั้งข้อสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นการก่อเหจุเพียงลำดัง และมือปืนอาจมีปัญหาทางจิต

ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมาประณามเหตุที่เกิดขึ้นว่าเป็นการกระทำที่ชั่วร้ายสุดขั้ว พร้อมกับกล่าวชื่นชมทีมกู้ภัยที่ปฏิบัติหน้าที่ในการช่วยชีวิตอย่างรวดเร็ว โดยทรัมป์ พร้อมด้วยสุภาพสตรีหมายเลข 1 และรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ได้ร่วมทำพิธียืนสงบนิ่งไว้อาลัยที่สนามหญ้าในทำเนียบขาว พร้อมประกาศว่าจะเดินทางไปยังลาสเวกัสในพุธนี้  

ด้านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ส่งสารแสดงความเสียใจถึงผู้นำสหรัฐฯ พร้อมอวยพรให้ทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว เช่นเดียวกับนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ของอังกฤษ ที่โทรศัพท์ไปแสดงความเสียใจกับทรัมป์ พร้อมเสนอให้ความช่วยเหลือในการสอบสวน

หลังเกิดเหตุ บรรดาสถานที่สำคัญๆทั่วโลกต่างพร้อมใจกันดับไฟ เพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับชาวอเมริกัน อาทิ หอไอเฟล ในกรุงปารีส ขณะที่ตึกเอ็มไพร์สเตท ในนครนิวยอร์ก เปิดดวงไฟสีส้มบนตัวตึก เพื่อกระตุ้นให้คนตระหนักถึงความสำคัญของกฎหมายควบคุมอาวุธปืน

สำหรับรัฐเนวาดา ถือเป็นอีกหนึ่งรัฐที่ให้อิสระแก่ประชาชนในการครอบครองและพกพาอาวุธปืน ประชาชนสามารถพกพาปืนไรเฟิลได้โดยเปิดเผย ไม่มีการจำกัดความจุของแมกกาซีน ไม่ต้องขอใบอนุญาตซื้อ และสามารถซื้อขายปืนระหว่างบุคคลได้อย่างเสรี แน่นอนว่า เหตุกราดยิงในครั้งนี้เพิ่มแรงกดดันให้กับทรัมป์และสมาชิกพรรครีพับลิกัน ในการเปลี่ยนแปลงกฎหมายควบคุมอาวุธปืนในสหรัฐฯ แต่ดูเหมือนว่าทรัมป์ยังปิดปากเงียบในเรื่องนี้ ขณะที่ทำเนียบขาวยืนยันว่านี่ยังไม่ใช่เวลาที่จะมาถกเถียงกันเรื่องกฎหมายควบคุมปืน 

ส่วนบรรยากาศที่ลาสเวกัสขณะนี้ ประชาชนจำนวนมากพร้อมใจกันไปบริจาคเลือดเพื่อช่วยผู้ได้รับบาดเจ็บ จนต้องรอคิวกันนาน 6-8 ชั่วโมง ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อมั่นว่า เหตุโจมตีครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบระยะยาวต่อธุรกิจท่องเที่ยวในลาสเวกัสอย่างแน่นอน

 

ขอบคุณภาพจาก AFP

 

TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ