วันนี้ (4 ต.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแข่งขันประเพณีวิ่งควายจังหวัดชลบุรี ครั้งที่ 146 ประจำปี 2560 ซึ่งมีควายกว่า 80 ตัวเข้าร่วมการแข่งขัน จากการแข่งขันทั้งหมด 5 รุ่น ได้แก่ รุ่นจิ๋วซุปเปอร์ ใช้ควายอายุ 1.6 ปี รุ่นจิ๋วพิเศษอายุ 2 ปีครึ่ง รุ่นจิ๋วเล็กอายุไม่เกิน 3 ปี รุ่นจิ๋วใหญ่อายุ 3 ปีขึ้นไป และรุ่นใหญ่ไม่จำกัดอายุ
สำหรับรุ่นที่เป็นไฮไลท์ มี 2 รุ่น คือรุ่นจิ๋วใหญ่และรุ่นใหญ่ โดยแชมป์รุ่นจิ๋วใหญ่ คือ ชื่อ”ทอง” ควายเพศผู้อายุ 4 ปี และแชมป์รุ่นใหญ่ คือ ชื่อ “เรือง” ควายเพศผู้อายุ 7 ปี ซึ่งแชมป์ทั้งสองตัวมีผู้ขี่คนเดียวกัน คือ นายทรงพล คงประเวศ โดยรางวัลที่ 1 ของแต่ละรุ่นจะได้รับเงินรางวัลเท่ากัน คือ 8,000 บาท
ทั้งนี้ ผู้ฝึกสอนควาย เล่าว่า เคล็ดลับที่ทำให้ควายวิ่งเร็วและเป็นแชมป์ คือ การพาควายฝึกซ้อมตั้งแต่ 1 ขวบ โดยพาวิ่งให้ชินกับคนจนไม่ตื่นตกใจเมื่อพบคนเยอะๆ และเตรียมพร้อมสำหรับการลงสนาม ส่วนเรื่องอาหารการกิน นอกจากให้กินหญ้า ยังให้กินอาหารเสริม เช่น ไข่ต้ม ซุปไก่สกัด ยาต้มสูตรตำรับของผู้ฝึกแต่ละคนที่ขอสงวนไว้เป็นความลับ เพื่อให้ร่างกายของควายแข็งแรง
ขณะเดียวกันหากในระหว่างการลงแข่งขัน ควายมีอาการบาดเจ็บข้อเท้า หรือบาดเจ็บส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ผู้ฝึกจะไม่นำควายลงแข่งอีกจนกว่าจะหายขาด รวมไปถึงควายที่หมดสภาพในการแข่งแล้ว หรือแก่เกินกว่าจะลงแข่งได้ หลังปลดระวางจากการแข่งขันแล้วจะถูกส่งไปขายที่ตลาด ราคาขึ้นอยู่กับรางวัลที่ได้รับมา หากได้ที่ 1 ในการแข่งราคาการซื้อขายก็จะสูงตามไปด้วย
รู้จักประเพณีวิ่งควาย จังหวัดชลบุรี
สำหรับ ประเพณีวิ่งควาย เป็นประเพณีที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 หรือก่อนออกพรรษา 1 วัน เพื่อเป็นการทำขวัญควายและให้ควายได้พักผ่อนหลังจากตรากตรำกับการงานในท้องนามายาวนาน นอกจากนี้ ประเพณีวิ่งควายยังเป็นการแสดงความกตัญญูรู้คุณต่อควายที่เป็นสัตว์มีบุญคุณต่อชาวนาและคนไทย ทั้งยังช่วยให้ชาวบ้านได้พักผ่อนมาพบปะสังสรรค์กันในงานวิ่งควาย
ทั้งนี้ ประเพณีวิ่งควายยุคแรกเริ่มจัดขึ้นที่ วัดใหญ่อินทาราม จ.ชลบุรี ซึ่งเกิดจากการที่ชาวบ้านมาชุมนุมกันที่วัด และนำเครื่องกัณฑ์ใส่ควายเทียมเกวียนมาพักที่วัดเพื่อรอการติดกันเทศน์ ในเทศกาลเทศน์มหาชาติ ระหว่างที่รอเจ้าของควายจะนำควายของตนไปอาบน้ำที่สระภายในวัด เมื่อต่างคนต่างก็พาควายไปอาบน้ำ จึงเกิดมีการแข่งขันประลองฝีเท้าควายขึ้นมา เพื่อความสนุกสนานและเพื่อทดสอบความแข็งแรงของควาย จึงเกิดเป็นประเพณีวิ่งควายอันขึ้นชื่อของจังหวัดชลบุรีที่โด่งดังไปไกลถึงต่างประเทศ
การแข่งขันวิ่งควายในระยะแรกเป็นเพียงการบังคับให้ควายขณะวิ่งในระยะที่กำหนด โดยคนขี่ห้ามตกจากหลังควาย ก่อนที่จะพัฒนาต่อเนื่องเรื่อยมาเป็นการวิ่งควายในปัจจุบันที่มีการตกแต่งควายอย่างสวยงาม อาทิ การแต่งตัวควายด้วยผ้าหลากสีสัน หรือไม่ก็ตกแต่งด้วยเครื่องประดับมากมาย จากนั้นเจ้าของควายจะนำควายมาวิ่งแข่งกันโดยเจ้าของเป็นผู้บังคับขี่หลังควายไปด้วย ท่ามกลางกองเชียร์ที่คอยส่งเสียงเชียร์และลุ้นอย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะตอนที่คนขี่ตกหลังควายจะได้รับเสียงเฮมากเป็นพิเศษ
จำนวนเกษตรกรและจำนวนควายในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2558 - 2560
จากเว็บไซต์ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมปศุสัตว์ จำนวนเกษตรกรที่เลี้ยงควายทั่วประเทศ ในปี 2558 รวมทั้งสิ้น 199,553 ราย และจำนวนควาย ปี 2558 รวมทั้งหมด 888,431 ตัว เฉลี่ยครัวเรือนละ 4-5 ตัว โดยเขตที่เลี้ยงมากที่สุดได้แก่เขต 3 คือจังหวัดแถบภาคอีสาน เช่น จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และยโสธร เป็นต้น โดยมีจำนวนควายรวม 358,442 ตัว ในปี 2558
ส่วนจำนวนเกษตรกรที่เลี้ยงควายและจำนวนควาย ในปี 2559 จากการสอบถามจากศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมปศุสัตว์ ได้ข้อมูลว่า ข้อมูลเกษตรกรและจำนวนควายในปี 2559 ไม่แน่นอนและไม่ชัดเจน เพราะทางกรมปศุสัตว์มีการเปิดลงทะเบียนโดยเกษตรกรต้องใช้บัตรประจำตัวประชาชน แต่ในปี 2559 ยังคงมีเกษตรกรบางรายที่ไม่ได้ลงทะเบียน หรือบางรายเลี้ยงเพิ่มแต่ไม่ได้แจ้ง ข้อมูลจึงไม่สามารถเปิดเผยได้
ล่าสุดปี 2560 จำนวนเกษตรกรที่เลี้ยงควาย เพิ่มจากปี 2558 เป็น 205,664 ราย และมีจำนวนควายทั้งหมด 1,029,924 ตัว ซึ่งเขตที่เลี้ยงควายมากที่สุดยังคงเป็นเขต 3 คือจังหวัดทางภาคอีสาน คือ จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และยโสธร เป็นต้น มีจำนวนเพิ่มเป็น 421,843 ตัว
ขณะเดียวกันในจังหวัดที่มีการจัดแข่งขันวิ่งควาย อย่าง จ.ชลบุรี มีสถิติจำนวนควายในปี 2558 ทั้งหมด 5,801 ตัว และมีจำนวนเกษตรกร 830 ครัวเรือน ส่วนในปี 2560 จำนวนควายลดลงเป็น 4,705 ตัว รวมไปถึงจำนวนเกษตรกรก็ลดลงเช่นเดียวกันเหลือเพียง 583 ครัวเรือนเท่านั้น
“ควาย” หรือภาษาทางการว่า “กระบือ” เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และยังเป็นสัตว์เลี้ยงที่ใกล้ชิดกับงานเกษตรกรรมของประเทศแถบเอเชียมากที่สุด เพราะชาวนานิยมเลี้ยงควายเป็นแรงงานเพื่อไว้ไถนา บ้างก็ใช้ควายเป็นพาหนะ ควายจึงมีประโยชน์หลายอย่าง
ควายเป็นสัตว์มีสี่ขา เท้าเป็นกีบ ตัวขนาดใกล้เคียงกับวัวโตเต็มวัยเมื่ออายุระหว่าง 5-8 ปี ตัวผู้จะใหญ่กว่าตัวเมียเล็กน้อย มีผิวสีเทาถึงดำ บางตัวมีสีชมพู เรียกว่า ควายเผือก มีเขาเป็นลักษณะเด่นเฉพาะตัว ควายจะเจริญเติบโตใช้แรงงานได้ระหว่างอายุ 2.5-3 ปี ช่วงที่ใช้งานได้เต็มที่ คืออายุระหว่าง 6-9 ปี โดยทั่วไปควายมีอายุเฉลี่ยประมาณ 25 ปี
พันธุ์ควายในโลกมี 2 ชนิด คือ ควายป่า และควายบ้าน หรือ ควายปลัก มีความแข็งแรง มีกีบเท้าใหญ่ เคลื่อนไหวและเจริญเติบโตช้า ไม่ค่อยทนความร้อน จะแสดงอาการทุรนทุรายเมื่อไม่ได้ลงน้ำเป็นเวลานาน ชอบแช่ในโคลนตมเพื่อป้องกันแสงแดดและแมลงรบกวน ควายปลักของไทยมีลักษณะ ขนาด และสี คล้ายควายในพม่า กัมพูชา ลาว มาเลเซีย ซึ่งมี 2 สี คือ สีเทาเข้มเกือบดำและสีเผือก ซึ่งมีผิวหนังสีชมพู และประเทศที่นิยมเลี้ยงควายปลัก ได้แก่ ไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย พม่า เวียดนาม กัมพูชา รวมไปถึงลาว โดยเลี้ยงไว้ใช้สำหรับทำนา ปลูกข้าว
ในประเทศไทย “ควาย” มีบทบาทสำคัญ เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของคนไทย ใช้เป็นแรงงานเพื่อการเกษตร การขนส่งและการคมนาคม แม้แต่ในการสงครามยังใช้ควายเป็นพาหนะในการต่อสู้ข้าศึก เช่น การต่อสู้ของชาวบ้านบางระจัน
สมัยก่อนควายเหมือนสัตว์ป่าทั่วไป แต่โดยสัญชาติญาณเป็นสัตว์ที่สามารถฝึกฝน ทำให้เชื่องได้ มนุษย์จึงนำมาเลี้ยง ฝึกฝน จนเชื่องและนำมาใช้แรงงาน จึงเป็นจุดเริ่มต้นของความรักความผูกพัน ระหว่างมนุษย์กับควายสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน
โดยคนไทยใช้แรงงานจากควาย มาตั้งแต่ยุคสร้างอาณาจักรเพราะพื้นที่ในการตั้งอาณาจักรอยู่ในเขตราบลุ่ม อาชีพที่เหมาะสม คือการเกษตร ตั้งแต่สมัยสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา และรัตนโกสินทร์ แต่ในปัจจุบันโลกเจริญก้าวหน้า มีวิทยาการและเทคโนโลยีใหม่ๆ สังคมเปลี่ยนแปลง รวมทั้งสังคมเกษตรในประเทศไทยจากที่เคยใช้ควายไถนา เปลี่ยนเป็น เครื่องจักร บทบาทของควายจึงลดน้อยลง
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีกลุ่มเกษตรกรบางกลุ่มที่อนุรักษ์และยังคงความนิยม “ควาย” มากกว่าเครื่องจักร เช่น หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย เป็นต้น ที่ยังเห็นคุณค่าและอนุรักษ์ควายไทยไว้ เพื่อไม่ให้สูญพันธุ์ ถึงแม้ปัจุบันจะไม่มีการใช้งานควายเหมือนในสมัยก่อนแล้วก็ตาม