ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกือบ 3 ปีที่ นางสาวพรทิพย์ จันทรัตน์ และ ด.ญ. ภัทรดา แก้วผ่อง หรือน้องบีม เดินหน้าต่อสู้ทางกฎหมาย กับอดีตทนายพิสิษฐ์ ที่โกงเงินช่วยเหลือจากบริษัทรถบรรทุก ล่าสุดจำเลยรับสารภาพ ว่ากระทำผิดจริง ศาลจังหวัดตลิ่งชันจึงมีคำพิพากษาจำคุก นายพิสิษฐ์ ในความผิดฐานร่วมกันปลอมเอกสาร ฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์ 5 ปี 12 เดือน และห้ามไม่ให้ประกอบอาชีพทนายความเป็นเวลา 5 ปี ส่วน น.ส.พรปวีณ์ และ น.ส.ฐิตาภา อดีตภรรยาและแฟนสาวของทนายพิสิษฐ์ให้การปฏิเสธ ศาลจึงให้พนักงานอัยการยื่นฟ้องเข้าใหม่เป็นอีกคดี โดยคำสั่งพิพากษานี้ ทำให้ครอบครัวน้องบีมมั่นใจมากขึ้น แต่ยังไม่ทำให้คลายความกังวล เพราะคดีแพ่งที่ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจาก นายพิสิษฐ์ ยังไม่มีความคืบหน้า
ด้าน พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง หนึ่งในทีมทนายความครอบครัวน้องบีม เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบทรัพย์สินเบื้องต้น ของจำเลยทั้ง 3 คน ไม่พบว่ามีทรัพย์สินครอบครองไว้ ดังนั้นในคดีแพ่ง ที่ครอบครัวน้องบีมฟ้องร้องเอาเงินคืน อาจไม่ได้รับเงินในส่วนนี้
ส่วนชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวน้องบีม แม้จะได้รับเงินช่วยเหลือจากหน่วยงาน และ ผู้หวังดีจำนวนมาก แต่น้องบีมและแม่ ยังต้องออกไปขายของที่วัดชลประทานทุกวัน และช่วงปิดเทอมนี้น้องบีมยังหารายได้พิเศษจากการเพ้นท์กระเป๋าขาย เนื่องจากจำเป็นต้องเก็บเงินทั้งหมดไว้เป็นค่ารักษาพยาบาลในอนาคต