ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพียงแค่ข้ามคืนเดียว ที่ชุมชนบ้านงิ้ว ต.โพนางดำออก ก็ถูกน้ำทะลักเข้าท่วมสูงกว่า 1.20 เมตร แล้วนะคะ หลังจากที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เพิ่มการระบายน้ำไปยังท้ายเขื่อนมากกว่า 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้แม่น้ำเจ้าพระยาล้นตลิ่ง และถึงแม้ชาวบ้านจะเตรียมรับมือไว้แล้ว แต่ก็ไม่สามารถต้านทานกระแสน้ำที่ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนได้
ทั้งนี้ ปริมาณน้ำที่ทะลักไหลผ่านกระสอบทรายอย่างมหาศาล ทำให้ระดับน้ำล่าสุดที่ชุมชนบ้านงิ้ว อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ถูกน้ำเข้าท่วมสูงกว่า 1 เมตร 20 เซนติเมตร แม้ว่าชาวบ้านจะนำกระสอบทรายมาวางเป็นแนวกั้นแม่น้ำเจ้าพระยาล้นตลิ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำท่วมชุมชน ก็ไม่สามารถต้านทานกระแสน้ำได้ และตอนนี้ระดับน้ำในชุมชนก็ยังคงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการเดินทางเข้าออกในหมู่บ้านตอนนี้ ชาวบ้านต้องใช้เรือในการสัญจรเท่านั้น
นายประเสริฐ นุ่นประสิทธิ์ หนึ่งในผู้ประสบภัย บอกว่า น้ำเริ่มสูงขึ้นตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้ต้องย้ายไปอยู่ที่ชั้นสองของบ้าน และตอนนี้ก็ต้องรีบมานำไก่ที่เลี้ยงไว้ ขึ้นไปฝากไว้บนถนนกับเพื่อนบ้าน และมีชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนชั้นสองของบ้าน ก็ยังไม่วางใจกับสถานการณ์น้ำ ทุกคนจึงเฝ้าติดตามข่าวสาร และประกาศจากผู้นำหมู่บ้านเพื่อเตรียมรับมือมวลน้ำ หากเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำเพิ่ม
ขณะที่ สถานการณ์แม่น้ำป่าสัก ตำบลสะเดียง อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ ระดับน้ำในแม่น้ำยังสูงและเอ่อท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ริมน้ำ ชาวบ้านต้องอพยพขึ้นมานอนเต็นท์บนถนน และไปทำธุระส่วนตัวที่ห้องน้ำตามบ้านญาติ ส่วนจังหวัดพิจิตร วันนี้ สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอโพธิ์ประทับช้างยังไม่พ้นวิกฤติ มวลน้ำที่ท่วมขังตามจุดเสี่ยงต่าง ๆ ไหลเชี่ยว ทำให้มีชาวบ้านถูกกระแสน้ำพัดจนจมน้ำเสียชีวิตไปแล้ว 3 คน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นต้องนำป้ายแจ้งเตือนไปติดไว้ ตามจุดเสี่ยงต่าง ๆ ที่มีน้ำไหลแรง อย่างไรก็ตามคาดว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลายภายใน 1 เดือน
ส่วนจังหวัดอุทัยธานี สถานการณ์แม่น้ำสะแกกรังเอ่อล้นตลิ่ง อาจส่งผลกระทบต่อ มณฑปแปดเหลี่ยมศิลปะผสมไทยจีนโบราณสถานที่สร้างขึ้นในรัชสมัย รัชกาลที่ 5 ซึ่งอยู่ในระหว่างที่กรมศิลปกรกำลังเร่งบูรณปฏิสังขรณ์ ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันนำกระสอบทรายมาป้องกัน และต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง หลังเกิดฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ประกอบกับมีการระบายน้ำจากเขื่อนวังร่มเกล้าลงสู่ท้ายเขื่อน ทำให้ระดับน้ำท่วมสูงขึ้นอีก 20 เซนติเมตร และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ
ด้านจังหวัดมหาสารคาม ลิงแสมสีทองในวนอุทยานโกสัมพี ประมาณ 800 ตัว ต้องอพยพหนีน้ำมาอยู่ตามถนน หลังน้ำในแม่น้ำชีหนุนสูงทำให้เกิดน้ำท่วมพื้นที่เป็นรอบที่สอง ทำให้พวกมันขาดแคลนอาหารตามธรรมชาติ
อีกหนึ่งจุดที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด คือแม่น้ำป่าสัก หลังจากที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เพิ่มการปล่อยน้ำจากเดิมวันละ 25 ล้านลูกบาก์ศเมตร เป็นวันละ 30 ล้านลูกบาก์ศเมตร เพื่อรองรับน้ำที่จะไหลเข้าเขื่อนเพิ่ม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีลมกระโชกแรงบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ฝั่งตะวันตก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในที่ราบลุ่มต่อไปอีก 1 วัน คาดว่า พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะอากาศตามภาคต่าง ๆ มีดังนี้
ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดเลย ขอนแก่น ชัยภูมิ และนครราชสีมา ภาคกลาง บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี ชัยนาท อุทัยธานี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และราชบุรี ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด ภาคใต้ บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดในระยะนี้
ส่วนที่จังหวัดพะเยาเช้านี้ บรรยากาศในพื้นที่เริ่มมีหมอกปกคลุมและอากาศเริ่มเย็นลง ชาวบ้านในพื้นที่ต่างเดินทางมาออกกำลังกายที่กว๊านพะเยา กันอย่างคึก ทั้งเดินเล่น ปั่นจักรยาน และกิจกรรมอื่นๆ เพื่อเป็นการต้อนรับหนาวแรกในพื้นที่จังหวัดพะเยา