วันนี้ (11 ต.ค.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกาะพระนครศรีอยุธยา เป็นแหล่งเศรษฐกิจของจังหวัด และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ขณะนี้อยู่ในช่วงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากถูกล้อมด้วยแม่น้ำ 3 สายแล้ว ถ้าดูจากแท่นวัดระดับน้ำ ขณะนี้อยู่ที่ 160 เซนติเมตร เหลืออีก ประมาณ 30-40 เซนติเมตร จะถึงจุดวิกฤต คือน้ำจะท่วมถนน ขณะที่บางจุดก็อยู่ในระดับเดียวกันกับถนนแล้ว สำหรับถนนรอบเกาะเมืองอยุธยา ทำหน้าที่เสมือนคันกั้นน้ำ แต่ละจุดสูงต่ำไม่เท่ากัน แต่ที่น่าสนใจ คืออีกฝั่งของถนน ที่เป็นเกาะ ขณะนี้พื้นดินอยู่ต่ำกว่าน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา นั่นหมายความว่า ถ้าถนนรอบเกาะไม่ยกสูง ก็อาจถูกน้ำท่วมแล้ว
ขณะที่ความเสี่ยงของเกาะพระนครศรีอยุธยา ที่จะถูกน้ำท่วมนั้น จากข้อมูลจากกรมชลประทานที่ขณะนี้ระบายน้ำออกจากเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ 2386 ลูกบาก์ศเมตรต่อวินาที ซึ่งปริมาณขนาดนี้ ทำให้ระดับน้ำบริเวณแท่นวัดน้ำ ขึ้นมาอยู่ที่ 160 เซนติเมตร แต่ตามประกาศล่าสุดของกรมชลประทาน ชี้แจงว่า จะปล่อยน้ำสูงสุดจากเขื่อนเจ้าพระยา 2600 ลูกบาก์ศเมตรต่อวินาที ในอีก 1-2 วันนี้ ก็มีความเป็นไปได้ที่ระดับน้ำในจุดนี้จะสูงขึ้นอีก และมีโอกาสเข้าท่วมเกาะอยุธยาได้ หากไม่มีมาตรการป้องกัน ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขณะนี้มีรายงานว่า กำลังหาแนวทางป้องกันและติดตามอย่างใกล้ชิด
ส่วนฝั่งตรงข้าม ที่วัดกษัตราธิราชาวรวิหาร น้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้เข้าท่วมบริเวณรั้ววัด เห็นเพียงเสารั้วเท่านั้น โดยท่วมสูงจากพื้นประมาณ 80 เซนติเมตร ทหารจาก ม.4พัน.11รอ.นำกระสอบทรายมากั้น และสร้างคันดินกั้นน้ำระยะทางประมาณ 100 เมตร รอบวัด อีกหนึ่งจุดที่สำคัญคือวัดไชยวัฒนาราม จุดนี้ระดับน้ำถือว่าสูงกว่าพื้นดิน ประมาณ 1 เมตร แต่ติดตั้งระบบป้องกันน้ำท่วมอย่างดี ใช้แผ่นเหล็กหุ้มผ้าใบสูง 3 เมตร กั้น
ส่วนบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งตรงข้ามเกาะพระนครศรีอยุธยา ขณะนี้น้ำท่วมสูงประมาณ 50 เซนติเมตร หลายครัวเรือนต้องเคลื่อนย้ายสิ่งของขึ้นสู่ที่สูง ขณะที่หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ขณะนี้กำลังเตรียมการรับมือกับปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น และกำลังพอจารณาว่า จะต้องประกาศเป็นเขตภัยพิบัติหรือไม่