สิ้นสุรเสียง อำลา อาลัย 15 นาฬิกา 52 นาที วันที่ 13 ตุลาคม 2559 ไทยต้องสูญเสียองค์พระมหากษัตริย์ ผู้ยิ่งใหญ่อย่างไม่มีวันหวนคืน วันที่ 13 ตุลาคม วันที่น้ำตาหลั่งนองแผ่นดิน คนไทยต่างร่ำไห้ รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ที่ทรงยึดไพร่ฟ้าเป็นศูนย์กลางการทรงงานของพระองค์ ตลอดการเสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติ 70 ปี และตลอดพระชนมพรรษา 89 พรรษา
4,000 กว่าโครงการพระราชดำริ ทุกย่างพระบาทแห่งการเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมเยียนราษฎรเป็นร้อยเป็นพันครั้ง แม้ทรงเหนื่อยล้าพระวรกาย แต่ไม่เคยมีพระราชกระแสรับสั่งบ่นถึงความลำบากตรากตรำ แต่ยังทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอย่างต่อเนื่อง มิเคยหยุดหย่อน จนกลายเป็นภาพชินตาของพสกนิกรทั่วประเทศ ดั่งที่มีผู้เฉลิมพระเกียรติว่า ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนักที่สุดในโลก
จึงไม่แปลกใจเลย เมื่อประชาชนคนไทยได้รับทราบข่าวการเสด็จสวรรคตของพระองค์ ต่างเดินทางมุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานคร เพื่อกราบถวายบังคมพระองค์เป็นครั้งสุดท้าย และต่างร่วมไม้ร่วมมือกันเตรียมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ไม่ว่าจะเข้าเป็นอาสาสมัครทำส่วนประกอบต่างๆ ของพระเมรุมาศ เป็นทหารฉุดชักราชรถ ถักเชือก หรือช่วยกันทำดอกไม้จันทน์ จาก 1 เป็น 100 เป็น 1,000 เป็นหมื่น เป็นแสนๆดอก
การต่อแถวถวายความอาลัยของประชาชนที่ไม่เคยขาดหาย กว่า 350 วันการแห่งการจากลา ไม่เคยแม้แต่วันเดียว ที่คนไทยจะไม่สำนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันล้นเหลือที่พระราชทานไว้แก่แผ่นดินไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักของคนไทยทุกคน