ปภ.เผยสถานการณ์น้ำไม่วิกฤติ ยันกรุงเทพฯ-ปริมณฑลไม่น้ำท่วม

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ที่ประชุมกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยหารือร่วม นยันว่าสถานการณ์ยังไม่วิกฤติ และจะไม่กระทบถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ด้านชาวบ้านผวาเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำ 2,535 ลบ.ม. ชุมชนท่วมหนัก ส่วนพระนครศรีอยุธยาน้ำปริ่มถนนเกาะเจ้าหน้าที่เร่งสร้างคันดินป้องกันน้ำทะลัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วม โดยขณะนี้ประชาชนทั่วภูมิภาค ต่างได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์น้ำฝน และ น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนจนได้รับความเสียหาย เช่นเดียวกับจังหวัดพะเยา เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา น้ำป่าได้ไหลเข้าท่วมบ้านของประชาชนกว่า 300 หลังคาเรือน  ส่วนพิจิตรชาวบ้านเริ่มป่วย หลังจมน้ำนาน 2 เดือน ด้านเพชรบูรณ์จมน้ำ 500 หลัง จนท.เร่งช่วยเหลือ และมหาสารคาม วัดเกาะเกิ้ง จมน้ำอาจชวดบุญกฐิน

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมีหลายหน่วยงานเข้าร่วม ทั้งกรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน ไปจนถึงกรมทรัพยากรน้ำ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยภาพรวมสถานการณ์เขื่อนต่าง ๆ ทั่วประเทศ ขณะนี้มีปริมาณน้ำมาก จึงจำเป็นต้องพร่องน้ำออก เช่น เขื่อนเจ้าพระยา ที่ต้องเพิ่มการระบาย 2,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  ในวันที่ 12-19 ตุลาคมนี้ อาจส่งผลกระทบกับบางพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ  แต่ยืนยันว่าสถานการณ์ยังไม่วิกฤติ และจะไม่กระทบถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ขณะที่ล่าสุดกรมชลประทานได้ประกาศพร่องน้ำออกจากเขื่อนอุบลรัตน์เพิ่มเติมจาก 34 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 37-45 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพราะขณะนี้เขื่อนอุบลรัตน์มีปริมาณน้ำเกินกว่าระดับกักเก็บปกติแล้วถึง 109 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งการเพิ่มอัตราการพร่องน้ำนี้ จะส่งผลให้พื้นที่ท้ายน้ำ โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยติดริมแม่น้ำพอง และแม่น้ำชีได้รับผลกระทบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การปล่อยน้ำ 2,535 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่เขื่อนเจ้าพระยาวันนี้ เป็นอีกสัญญาณที่บอกว่า น้ำในแม่น้ำสายหลักอย่างเจ้าพระยา รวมทั้งแม่น้ำปิง-วัง- ยม-น่าน มีปริมาณน้ำสูงขึ้นด้วย  ซึ่งหลังจากนี้ประชาชนที่อยู่ท้ายเขื่อนจะต้องเร่งอพยพไปอยู่พื้นที่สูงเพื่อความปลอดภัย  โดยสถานการณ์น้ำที่เขื่อนเจ้าพระยาวันนี้ พบว่าน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ระดับ 16 เมตร 80 เซนติเมตร ซึ่งสูงก ว่าน้ำใต้เขื่อน ประมาณ 2 เมตร 93 เซนติเมตร ทำให้เขื่อนเจ้าพระยาต้องเพิ่มการระบายน้ำเป็น 2,535 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  ส่งผลให้ระดับน้ำเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในชุมชนท้ายเขื่อน โดยมีระดับน้ำท่วมสูงถึง 1 เมตร 60 เซนติเมตร 

นางวิไล บำรุงพันธ์ ผู้ประสบภัย ชุมชนบ้านงิ้ว ต.โพนางดำออก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท  บอกว่า รู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมาก หากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นนี้  อาจจะทำให้น้ำจะท่วมหนักเหมือนปี 2554  และภายในวันนี้ก็จะรีบขนของมีค่าขึ้นไปไว้บริเวณชั้นสองของบ้าน

สำหรับชุมชนใน อำเภอสรรพยา จ.ชัยนาท ที่ถูกน้ำท่วมแล้ว มีจำนวนทั้งสิ้น 5 ตำบล ประกอบ ตำบลโพนางดำออก ตำบลโพนางดำตก ตำบลบางหลวง ตำบลหาดอาษา และตำบลตลุก โดยในช่วงเย็นวันนี้ต้องจับตาดูว่า เขื่อนเจ้าพระยาจะเพิ่มระดับการปล่อยน้ำถึง 2,600  ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีหรือไม่  ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น จะทำให้สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ท้ายเขื่อนยิ่งวิกฤตกว่าเดิม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา โดยเฉพาะที่เกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเริ่มมีมาตรการป้องกันน้ำเข้าท่วมฝั่งที่เป็นเกาะแล้ว เหลือเพียง 45 เซนติเมตรเท่านั้น ที่ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณแท่นวัดระดับน้ำ จะถึงจุดวิกฤต  โดยขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสร้างคันดินกั้นน้ำไว้ตลอดแนวถนนริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำทะลักเข้ามาฝั่งที่เป็นเกาะได้ 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เริ่มถมดินเหนียว สูงประมาณ 1 เมตร กว้าง 3 เมตร สร้างเป็นคันดินกั้นน้ำ ตั้งแต่บริเวณตรงข้ามวัดกษัตราชาวรวิหาร ริมถนนอู่ทอง ระยะทางประมาณ 300 เมตร โดยเจ้าหน้าที่จากเทศบาลนคร พระนครศรีอยุธยา  สนธิกำลังทั้งพนักงานและเครื่องมือหนัก เพื่อให้ทันต่อระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง นายกเทศมนตรีเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า จุดนี้ถือว่าเป็นจุดสำคัญ เพราะเป็นพื้นที่ที่ต่ำที่สุดของเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา คาดว่าจะถมคันดินให้เสร็จภายใน 48 ชั่วโมง เพื่อรองรับน้ำที่กำลังเพิ่มระดับขึ้น จากการปรับปริมาณการปล่อยน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาที่ 2400 ลูกบาก์ศเมตร ต่อวินาที ล่าสุดผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาประกาศให้บางพื้นที่นอกเกาะเมือง เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้ว 

อย่างไรก็ตาม หากดูแท่นวัดระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ตอนนี้ระดับน้ำสูงถึง 150-155 เซนติเมตร ถือว่าไม่ต่างจากเมื่อวาน เหลืออีกประมาณ 45 เซนติเมตร ที่ระดับน้ำจะเท่ากับถนน จุดนี้น่าสนใจ เพราะหากน้ำอยู่ในระดับเดียวกันกับถนน หรือ สูงกว่าอีกฝั่งหนึ่งที่เป็นเกาะพระนครศรีอยุธยา ซึ่งอยู่ต่ำกว่าถนน ก็มีโอกาสที่จะถูกน้ำท่วมไปด้วย หากไม่มีคันดิน

ส่วนถนนรอบเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา เป็นเหมือนพนังกั้นน้ำ ป้องกันไม่ให้น้ำท่วมเกาะ ที่สำคัญถนนรอบเกาะ ยังสูงถึง 1.30 เมตร ล้อมรอบด้วยแม่น้ำ 3 สาย คือแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก และ แม่น้ำลพบุรี หากน้ำสามารถทะลักเข้ามาได้ พื้นที่ตรงนี้จะเปรียบเสมือนแอ่งกระทะ ที่รับน้ำมาเต็มๆ แต่ก็มีสิทธิที่จะไหลออกไปได้ หากไม่มีอะไรมากั้น

ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้มาก ที่น้ำจะท่วมเกาะพระนครศรีอยุธยา หากดูข้อมูลการระบายน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งข้อมูลล่าสุด เขื่อนเจ้าพระยาปล่อยน้ำอยู่ที่ 2400 ลูกบาก์ศเมตรต่อวินาที ปริมาณที่ปล่อยมาส่งผลให้ระดับน้ำที่แท่นวัดระดับน้ำจุดนี้ขึ้นมาอยู่ที่ 155 เซนติเมตร ถือว่ายังไม่ถึงจุดที่จะท่วมถนน แต่อย่าลืมว่าจุดสูงสุดที่กรมชลประทานจะบายน้ำออกจากเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ 2600 ลูกบาก์ศเมตรต่อวินาที ใน1-2 วันนี้ นั่นหมายว่าน้ำที่จุดนี้จะสูงขึ้นอีก แต่ก็บอกไม่ได้ว่าจะสูงถึง 2 เมตร หรือไม่ แต่หากถึงระดับนี้ หมายถึงสูงกว่าถนนตรงนี้

อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ขณะนี้ ยังถือว่าเทียบไม่ได้กับเมื่อปี 2554 ที่เกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาถูกน้ำท่วมหนัก เนื่องจากช่วงนั้นระดับน้ำในแม่น้ำสูงถึง 3 เมตร แตกต่างจากตอนนี้ที่ระดับน้ำอยู่ที่ 155 เซนติเมตร หรือประมาณ 1 เมตร ครึ่งเท่านั้นคับ แต่ก็ไม่อาจวางใจได้ เพราะอย่างที่ทราบว่า การระบายน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา ยังไม่ถึงจุดสูงสุด และน้ำในเขื่อนยังคงมีปริมาณมาก

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ