ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุชัดเจนว่า ระยะนี้ร่องมรสุมยังคงขยับพาดผ่านบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกของประเทศ ทำให้1-2 วันนี้ พื้นที่ดังกล่าวยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และอาจจะตกหนักมากในบางพื้นที่ รวมถึงกรุงเทพมหานคร ด้วยอิทธิพลของร่องมรสุมนี้ที่มาปะทะกับมวลอากาศเย็น ซึ่งแผ่มาจากประเทศจีน ทำให้เมื่อคืนนี้ ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ช่วง อ.หล่มเก่า มีฝนตกหนัก วัดได้ 128 มิลลิเมตร ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากท่วมทะลักในพื้นที่
สำหรับมวลน้ำก้อนนี้ จะไหลลงแม่น้ำป่าสัก ผ่านจังหวัดลพบุรี สระบุรี ลงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ก่อนจะถูกส่งต่อมาเขื่อนพระราม 6 และมารวมกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นั่นทำให้เกิดความกังวลว่า เกาะเมืองอยุธยาอาจจะได้รับผลกระทบอย่างหนักหรือไม่ เพราะด้วยที่ตั้งมีแม่น้ำล้อมถึง 3 สาย คือ แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำลพบุรี
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าวันนี้เขื่อนเจ้าพระยาจะยังคงควบคุมปริมาณให้ไหลผ่านไม่เกิน 2,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีแต่เกาะเมืองอยุธยาจะต้องรับน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์อีกทางหนึ่งด้วย และสถานการณ์เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์วันนี้น้ำกักเก็บมากถึงร้อยละ 98 และยังคงมีปริมาณน้ำไหลเข้าวันละ 36 ล้านลูกบาศก์เมตร มากกว่าน้ำระบายออกที่อยู่ในระดับ 30 ล้านลูกบาศก์เมตร หากยังคงอัตราตัวเลขบริหารจัดการน้ำไว้เท่านี้ คาดว่าอีกเพียงประมาณ 2 วัน ปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์จะเต็ม
ทั้งนี้ สถานการณ์ภาพรวมมีความเป็นไปได้สูงที่เขื่อนป่าสักจะระบายน้ำเพิ่ม แต่เมื่อดูที่เขื่อนพระรามหก ซึ่งเป็นเขื่อนทดน้ำก่อนไหลลงพื้นที่ด้านล่าง วันนี้ยังมีอัตราระบายน้ำที่ประมาณ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยทางเขื่อนพระรามหกระบุว่า หากระบายน้ำได้เกิน 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พื้นที่ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยาจะได้รับผลกระทบแน่นอน
ขณะเดียวกัน กรมชลประทานยังยืนยันว่า จะไม่เพิ่มอัตราการระบายน้ำที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เพิ่ม เพราะมวลน้ำจากจังหวัดเพชรบูรณ์อยู่ไกลจากเขื่อนต้องใช้เวลาเดินทางถึง 2 สัปดาห์กว่าจะมาถึง เพราะฉะนั้นหากคงอัตราระบายน้ำอยู่ที่ 30 ล้านลูกบาสก์เมตรต่อวัน น้ำในเขื่อนอาจจะเกิน 100 เปอร์เซ็นต์ไปบ้าง แต่จะค่อยๆลดลง หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่ม