กองอำนวยการร่วมพระราชพิธีฯ ประกาศเริ่มปิดการจราจรพื้นที่ชั้นใน ในวันที่ 23 ตุลาคม เวลา 22.00 น. จำนวน 18 เส้นทาง รอบท้องสนามหลวง พระบรมมหาราชวัง จากนั้นเจ้าหน้าที่จะขอให้ประชาชนออกจากพื้นที่ชั้นในให้หมด ในเวลา 04.00 วันที่ 24 ตุลาคม เพื่อเป็นการรักษาความปลอดภัยตามหลักสากล ส่วนในวันที่ 25 ตุลาคม จะปิดการจราจรระดับที่ 2 จำนวน 27 เส้นทาง โดยขยายการปิดการจราจรออกไปถึงแยกอรุณอัมรินทร์ แยกปากคลองตลาด แยกหลานหลวง และแยกวิสุทธิกษัตริย์ โดยตั้งแต่เวลา 05.00 น. วันที่ 25 ตุลาคม จะเปิดให้ประชาชนเข้าพื้นที่โดยผ่านจุดคัดกรอง 29 จุดรอบนอก และ 9 จุดคัดกรองในพื้นที่ชั้นใน เมื่อประชาชนเข้าประจำตามจุดที่กำหนดไว้ให้แล้วก็จะอยู่ได้ถึงวันที่ 26 ตุลาคม หากใครออกจากจุดก็จะเสียสิทธิ จึงขอให้ประชาชนเตรียมตัวให้พร้อมทั้งอาหาร น้ำดื่ม ยาประจำตัว โดยจะมีเจ้าหน้าที่แจ้งข้อมูลว่าจะเติมประชาชนเข้าไปได้อีกเท่าไร
โดยในวันงานพระราชพิธีฯ วันที่ 26 ตุลาคม เวลา 05.00 น. จะปิดการจราจรระดับ 3 โดยขยายจากพื้นที่เดิมออกไปอีกจนถึงแยกประชาเกษม แยกวังแดง แยก พล.1 พระบรมรูปทรงม้า รัชกาลที่ 5 แยกหลานหลวง และแยกแม้นศรี
สำหรับประชาชนที่ต้องการเดินทางมาร่วมงานพระราชพิธีฯ ในครั้งนี้ กองอำนวยการร่วมพระราชพิธีฯ ได้อำนวยความสะดวกด้านคมนาคมรองรับประชาชนดังนี้ ประชาชนที่มาโดยรถยนต์ส่วนตัวสามารถนำไปจอดในพื้นที่จัดเตรียมไว้ให้ 16แห่ง รอบกรุงเทพฯ ซึ่งสามารถรองรับรถได้กว่า 3 หมื่น 6 พัน 5 ร้อยคัน ประกอบด้วย 1.ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต 2.เมืองทองธานี 3.ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ 4.สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต 5.เซ็นทรัล พระราม 2 6.เมกาบางนา 7.ไบเทค บางนา 8.อิเกีย บางนา 9.เซ็นทรัล เวสต์เกต (บางใหญ่) 10.เซ็นทรัล ศาลายา 11.ลานพุทธมณฑลสาย 4 12.แอร์พอร์ตลิงค์ มักกะสัน 13.โชว์ ดีซี ย่านพระราม 9 14.สนามบินสุวรรณภูมิ 15.สนามบินดอนเมือง 16.และท่าเรือคลองเตย
โดยที่สนามบินสุวรรณภูมิ จะยกเว้นค่าจอดรถยนต์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระหว่างวันที่ 19-30 ตุลาคม 2560 พร้อมจัดรถบริการรับ-ส่งประชาชนที่จะเดินทางไปร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพื้นที่จอดรถยนต์ 3 จุด ได้แก่ ลานจอดรถยนต์ระยะยาว โซน C ลานจอดรถยนต์ระยะยาว โซน D ลานจอดรถยนต์ระยะยาว โซน E
ส่วนท่าอากาศยานดอนเมือง ยกเว้นค่าจอดรถ ระหว่างวันที่ 25-29 ตุลาคม โดยจัดพื้นที่ภายในอาคารจอดรถ 5 ชั้น เฉพาะชั้น 2 – 3 รวมถึงบริเวณลานจอดรถยนต์หน้าอาคารจอดรถ 5 ชั้น และบริเวณหน้าอาคารคลังสินค้า 1, 3 และ 4 รวมทั้ง พื้นที่จอดรถฝ่ายสนามบินและอาคาร บริเวณหน้าช่องทางออกกองทัพอากาศ (ฝั่งเจ้เล้ง)
ส่วนจุดจอดรถชัตเติลบัส ของ ขสมก. ที่บริการรับส่งบริเวณรอบนอกพื้นที่พระราชพิธีฯ มีทั้งหมด 5 จุด ได้แก่ 1.สนามม้านางเลิ้ง 2.บ้านมนังคศิลา 3.แยกเมอรี่คิงส์ 4.แยกอรุณอัมรินทร์ และ 5.แยกวิสุทธิกษัตริย์ จากนั้นประชาชนจะต้องเดินเท้าต่อเพื่อเข้าไปในพื้นที่
ขณะที่ผู้ที่เดินทางมาเป็นหมู่คณะด้วยรถตู้ หรือรถบัส ให้นำประชาชนไปส่งได้ที่ หน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ และหน้ากองสลากเก่า ถนนราชดำเนินกลาง แต่ให้นำรถไปจอดย่านฝั่งธนบุรี โดยได้จัดพื้นที่จอดรถไว้ให้ 5 จุด คือ บริเวณถนนพุทธมณฑล สาย 1 ถนนพุทธมณฑล สาย 2 ถนนกาญจนาภิเษก สถานีขนส่งสายใต้เก่า ถนนสามแยกไฟฉายถึงถนนกาญจนาภิเษก
ด้าน การเดินทางด้วยรถไฟ การรถไฟแห่งประเทศไทย จัดขบวนรถไฟชั้น 3 รองรับประชาชน โดยรถไฟขบวนพิเศษระยะสั้น ลงที่สถานียมราช และสถานีธนบุรี ส่วนรถไฟขบวนพิเศษระยะยาว ลงที่สถานีรถไฟหัวลำโพง จากนั้นจะมีรถชัตเติลบัสของ ขสมก. บริการรับส่งต่อเข้ามาในพื้นที่ ส่วนการเดินทางทางเรือ ในวันที่ 26 ตุลาคม จะปิดการจราจรทางน้ำบริเวณสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ถึง สะพานพระพุทธยอดฟ้า ตั้งแต่เวลา 06.30-13.00 ประชาชนสามารถเดินทางทางเรือเข้ามาในบริเวณรอบนอกพื้นที่พระราชพิธีฯได้ การโดยสารด้วยเรือด่วนเจ้าพระยา ใช้บริการได้ตั้งแต่ 06.00 - 14.00 น. โดยผู้ที่โดยสารจากท่าเรือนนทบุรีให้ลงที่ท่าเรือเทเวศน์ ส่วนผู้ที่มาจากท่าเรือสาทร ให้ลงที่ท่าเรือตลาดยอดพิมาน ส่วนภายหลังจาก 14.00 น. สามารถเดินทางยาวได้ตั้งแต่ท่าเรือนนทบุรี ถึงท่าเรือวัดราชสิงขร ส่วนเรือคลองแสนแสบ สามารถเดินทางได้จากท่าวัดศรีบุญเรือง ถึง ท่าผ่านฟ้า ตั้งแต่เวลา 06.30 - 19.00 น.
ส่วนท่าเรือข้ามฟาก 3 จุดที่สำคัญ ได้แก่ ได้แก่ ท่าเรือวังหลัง ถึง ท่าเรือปิ่นเกล้าฝั่งพระนคร ท่าเรือวัดระฆัง ถึง ท่าเรือปิ่นเกล้า ฝั่งพระนคร และท่าเรือวัดอรุณ ถึงท่าเรือราชินี จะให้บริการฟรี ระหว่างวันที่ 25-27 ตุลาคม ยกเว้นวันที่ 26 ตุลาคม ตั้งแต่เวลา 06.30 -13.00 น. ที่ปิดการจราจรทางน้ำ
สำหรับประชาชนที่ไม่สะดวกเดินทางมาร่วมงานพระราชพิธีฯ สามารถไปร่วมงานพระราชพิธีฯ ได้ที่พระเมรุมาศจำลองของแต่ละจังหวัด หรือสถานที่ถวายดอกไม้จันทน์ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ.