ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กะโหลก ชิ้นส่วนมนุษย์ และเส้นผม ที่คาดว่าเป็นของนางสาวจุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือ ผอ.อ้อย ผู้อำนวยการกองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนตำบลชำ จังหวัดศรีสะเกษ ที่ค้นเจอเมื่อวันที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา ขณะนี้ถูกส่งให้ทีมแพทย์สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลแล้วเมื่อช่วงเช้าวันนี้
ด้านพลตำรวจตรีพรชัย สุธีรคุณ รักษาราชการแทนรองนายแพทย์ใหญ่ สัญญาบัตร 7 (สบ.7) โรงพยาบาลตำรวจ อดีตผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา เปิดเผยข้อมูลกับทีมข่าวพีพีทีวี ว่า การตรวจกะโหลกศีรษะและชิ้นส่วนมนุษย์ จะต้องดูว่ากระดูกมีสภาพเป็นแบบเปียก หรือแห้ง ถ้าเป็นแบบเปียกการพิสูจน์ว่าเป็น ผอ.อ้อย จะใช้เวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์ เพราะบ่งชี้ว่ามีดีเอ็นเอหลงเหลืออยู่มาก แต่ถ้ากระดูกแห้งจะต้องใช้เวลานาน เพราะดีเอ็นเอถูกย่อยสลายเหลือน้อย หรืออาจไม่มีเลย
ขณะที่พลตำรวจเอกเฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่เมื่อวานนี้ ชุดลาดตระเวนค้นเจอกระดูกซี่โครง 8 ชิ้น กระดูกท่อนขาบน ท่อนขาล่าง 2 ชิ้น และกระดูกลำคอ 4 ชิ้น ที่บริเวณเนิน 500 สามเหลี่ยมมรกต ใกล้ชายแดนไทย-ลาว-กัมพูชา อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งคาดว่าถูกฝังไว้นาน 3 เดือน ทำให้การพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลอาจต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เก็บดีเอ็นเอของพ่อและแม่ของ ผอ.อ้อย ไปแล้ว เพื่อใช้เทียบเคียงกับชิ้นส่วนมนุษย์ดังกล่าวว่าตรงกันหรือไม่
ส่วนการแจ้งข้อหาเพิ่มกับ ร้อยเอกศุภชัย ภาโส หรือ ผู้กองเหน่ง นายทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 6 อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี จะต้องรอผลตรวจจากสถาบันนิติเวชก่อน ซึ่งข้อหาที่เข้าข่ายสามารถตั้งได้คือข้อหา ฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน หรือฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และล่าสุดมีคำสั่งให้ผู้กองเหน่งออกจากราชการแล้วขณะที่ชุดลาดตระเวนได้ยุติการตรวจค้นหาชิ้นส่วนมนุษย์ที่คาดว่าเป็น ผอ.อ้อย แล้ว เนื่องจากบริเวณที่พบโครงกระดูกเป็นพื้นที่อันตราย และมีระเบิดจำนวนมากเพราะอยู่ติดชายแดน โดยขอให้ทางญาติรอผลพิสูจน์อยู่ที่บ้านแทน