สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวานนี้ ที่ประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน มีมติให้บัญญัติแนวคิดของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไข
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นการยกระดับให้นายสีขึ้นเทียบชั้นกับอดีตผู้นำอย่าง เหมา เจ๋อ ตง และทำให้เขากลายเป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ หมายความว่า ใครที่กล้าโต้แย้งหรือเห็นต่าง เท่ากับท้าทายกฏเหล็กของพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งโทษ ก็คือ การประหารชีวิต
ล่าสุด วันนี้ พรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้เผยรายชื่อคณะกรรมการประจำกรมการเมืองชุดใหม่ ซึ่งจะเข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศตลอดระยะเวลา 5 ปีนับจากนี้ โดยคณะกรรมการชุดนี้จะมีทั้งสิ้น 7 คน ซึ่งรวมถึงนายสี ที่ยังดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนต่ออีกสมัย และนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง
สิ่งที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ คือ คณะกรรมการอีก 5 คนที่เหลือ ซึ่งมีสิทธิ์เป็นทายาทที่จะเป็นผู้นำจีนต่อจากนายสี อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ในทางปฏิบัติ นายสีซึ่งขณะนี้กลายเป็นผู้นำที่ทรงอิทธิพลที่สุดของประเทศ สามารถจะอยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดีได้นานที่สุดเท่าที่ตัวเองต้องการ ซึ่งหากดูจากคณะผู้บริหารชุดใหม่นี้แล้ว ก็ยังไม่มีใครที่โดดเด่นพอจะเป็นตัวเต็งรับช่วงต่อจากเขาได้
สำหรับความคิดเห็นของชาวจีน ต่ออำนาจที่เพิ่มขึ้นของนายสี บางส่วนเห็นด้วย แต่บางส่วนแสดงความกังวล เนื่องจากตามแนวคิดของนายสี ที่เน้นเป็นระเบียบเรียบร้อยในประเทศ รัฐบาลจะมีอำนาจเหนือชีวิตประชาชนมากขึ้น โดยเฉพาะการเข้มงวดเรื่องการใช้อินเทอร์เน็ต