วันนี้ ( 30 ต.ค.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เอกสารรังวัดที่ดิน 6 แปลง 26 ไร่ ที่นางแสงระวี บงกชมาศ ชาวบ้านในตำบลหนองทะเล อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ระบุว่าถูกกรมที่ดินประกาศออกโฉนดให้ผู้อื่น เมื่อปี 2548 ทั้งที่ก่อนหน้านี้ เธอเคยครอบครองเพราะได้รับมรดกจากพ่อ แต่กลับถูกจับกุมและดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อปี 2545 จนเป็นที่มาของการขอคัดค้านออกโฉนด ล่าสุดกรมสอบสวนคดีพิเศษตรวจสอบ พบว่า นอกจากการออกเอกสารสิทธิ์จะทำโดยมิชอบแล้ว โฉนดที่ดินในบริเวณใกล้เคียงอีก 33 แปลง ก็ออกไม่ชอบเช่นกัน จึงขอให้กรมที่ดินดำเนินการเพิกถอนในปี 2551 ต่อมาปี 2552 ได้ส่งสำนวนการสอบสวนให้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.
ทีมข่าวสอบถามความคืบหน้าในการเพิกถอนที่ดินกับกรมที่ดิน เนื่องจากผ่านมานานกว่า 9 ปี ได้รับการชี้แจงจาก นายมานัส ฉั่วสวัสดิ์ รองอธิบดีกรมที่ดินว่า เมื่อปี 2548 ออกโฉนดตามแนวเส้นของกรมป่าไม้ เพราะไม่พบว่าที่ดินพื้นนี้อยู่ในเขตป่าสงวน พร้อมกับนำแผนที่แนวเส้นแบ่งเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าอ่าวนางและป่าหางนาค ที่ระบุแนวเส้นป่าสงวน 2 เส้น นำมาแสดง พบว่าปี 2548 แนวเขตป่าสงวน ต่อมาปี 2551 กรมป่าไม้ขอให้ระงับการออกโฉนด โดยให้เหตุผลว่ากรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ขีดเส้นแนวป่าสงวนแห่งชาติ ไม่ตรงกับแผนที่ท้ายกฎกระทรวง ก่อนขีดแนวเส้นป่าสงวนใหม่ในปี 2553 นั่นหมายความว่าพื้นที่ถูกออกโฉนดอยู่ในแนวเขตป่าสงวน ทำให้ปี 2555 กรมที่ดินตั้งคณะกรรมการสอบสวน แต่ลงความเห็นว่าไม่เพิกถอน เพราะขณะออกโฉนดยึดตามแนวเขตของกรมป่าไม้
ล่าสุด เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2560 ป.ป.ช. ชี้มูลว่าการออกโฉนดในพื้นที่ดังกล่าว ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงสั่งให้ลงโทษทางวินัยให้ไล่ออกข้าราชการกรมที่ดิน 4 คน และกรมอุทธยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช 1 คน และให้กรมป่าไม้ฟ้องเพิกถอนโฉนด ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของอัยการสูงสุด กรมที่ดินจึงยังไม่สามารถพิสูจน์แนวเส้นที่ถูกต้องได้
ขณะที่ รองอธิบดีกรมที่ดิน ระบุว่า ปัญหาการออกโฉนดที่ดินทับซ้อนเช่นนี้ เกิดขึ้นหลายพื้นที่ เพราะแต่ละหน่วยงานยังใช้แผนที่อัตราส่วนต่างกัน ส่งผลให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้น