สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายพอล มานาฟอร์ต อดีตผู้จัดการทีมหาเสียงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ พร้อมด้วยนายริค เกตส์ หุ้นส่วนธุรกิจที่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยของมานาฟอร์ตในทีมหาเสียง เดินทางเข้ามอบตัวกับเอฟบีไอวันนี้ หลังจากที่คณะลูกขุนใหญ่ศาลรัฐบาลกลางในวอชิงตัน ดีซี มีมติสั่งฟ้องทั้งสองใน 12 ข้อหา ซึ่งรวมถึงข้อหาฟอกเงิน และสมคบคิดทำให้เกิดผลเสียต่อสหรัฐฯ
เอกสารสั่งฟ้องระบุว่า นายมานาฟอร์ต และนายเกตส์ มีรายได้หลายสิบล้านดอลลาร์จากการทำงานให้กับพรรคการเมืองและนักการเมืองยูเครนที่สนับสนุนรัสเซีย รวมถึงฟอกเงินผ่านบริษัทสหรัฐฯ และบริษัทต่างชาติ เพื่อปกปิดการจ่ายเงินตั้งแต่ปี 2006 จนถึงปี 2016 เป็นอย่างน้อย
ถือเป็นการตั้งข้อหาดำเนินคดีผู้ต้องสงสัยครั้งแรกสืบเนื่องจากการสืบสวนกรณีที่รัสเซียถูกกล่าวหาแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับทรัมป์ ซึ่งที่ผ่านมาทั้งสหรัฐฯ และรัสเซียต่างฝ่ายต่างปฏิเสธ
มานาฟอร์ต ได้ลาออกจากการเป็นผู้จัดการทีมหาเสียงของทรัมป์ในเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว หลังถูกกล่าวหาว่าติดต่อกับนักการเมืองในยูเครนที่สนับสนุนรัสเซีย ซึ่งเขาปฏิเสธ แต่ขณะเดียวกันเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว เขา และนายจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยทรัมป์ ก็เคยพบปะกับทนายความรัสเซียที่เสนอว่ามีข้อมูลที่จะสร้างความเสียหายให้กับนางฮิลลารี คลินตัน ซึ่งเป็นคู่แข่งของทรัมป์
ภายหลังจากการสั่งฟ้อง ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ทวีตข้อความตอบโต้ว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นหลายปีมาแล้ว ก่อนที่ พอล มานาฟอร์ต จะอยู่ในทีมหาเสียงของเขา พร้อมกับถามกลับว่า ทำไมไม่สนใจฮิลลารีและพวกเดโมแครตที่คดโกงบ้าง
Reuters