เมื่อวานนี้ (3 พ.ย.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลจังหวัดขอนแก่น ได้เบิกตัวผู้ต้องหาในคดีละเมิดอำนาจศาล คดีเลขที่ ลม.1/2560 พร้อมทนายความ เข้ารับฟังคำสั่งศาล ตามการนัดฟังคำสั่งศาล โดยมีทนายความของผู้ต้องหาทั้ง 7 คน พร้อมผู้ที่มาให้กำลังใจร่วมรับฟังคำสั่งศาลภายในห้องพิจารณาคดีที่ 6 ชั้น 3 โดยศาลไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟังหรือบันทึกภาพภายในเขตอำนาจศาลแต่อย่างใด
ทั้งนี้ศาลใช้เวลาในการอ่านคำสั่งไม่นาน ก่อนส่งเรื่องให้ผู้ต้องหาทั้ง 7 ซึ่งประกอบด้วยนายอภิวัฒน์ สุนทรารักษ์ นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง, นายพายุ บุญโสภณ , นายอาคม ศรีบุตตา , น.ส.จุฑามาศ ศรีหัตถผดุงกิจ , นายภาณุพงศ์ ศรีธนานุวัฒน์ สมาชิกกลุ่มดาวดิน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น , นายณรงค์ฤทธิ์ อุปจันทร์ นักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น แกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ และนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว แกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ โดยศาลจังหวัดขอนแก่น ได้ส่งเรื่องให้ไปรายงานตัวที่สำนักงานคุมประพฤติ จ.ขอนแก่น ทันที
ด้าน น.ส.ภาวิณี ชุมศรี ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า วันนี้ศาลได้นัดผู้ต้องหาทั้ง 7 และทนายความมาฟังคำสั่งศาลหรือมาฟังคำพิพากษา ในคดีละเมิดอำนาจศาล ของผู้ต้องหาทั้งหมด เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยศาลได้มีคำพิพากษา แยกเป็นผู้ต้องหาที่ 1-6 ให้รอการลงโทษ เป็นเวลา 2 ปี คุมประพฤติ 1 ปี โดยให้มารายงานตัว 6 ครั้ง ซึ่งในส่วนของจ่านิว ในฐานะที่เป็นผู้ใหญ่ เรียนจบแล้ว ศาลมีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุก 6 เดือน ปรับ 500 บาท โทษจำคุก 6 เดือน โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี และให้คุมความประพฤติไว้อีก 1 ปี รวมถึงต้องมารายงานตัว 6 ครั้ง เช่นเดียวกันกับผู้ต้องหาที่ 1-6 และให้ทุกคนบำเพ็ญประโยชน์อีก 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ศาลยังมีคำสั่งห้ามไม่ให้ทั้ง 7 คน ไปคบค้าสมาคมหรือรวมตัวกัน หรือจัดกิจกรรมอันที่เป็นลักษณะที่จะเป็นความผิดในทำนองเดียวกันอีก
ขณะที่ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว กล่าวว่า จะยื่นอุทธรณ์ ภายใน 1 เดือน โดยทนายความจะดูในคำพิพากษาและข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ดังกล่าว ตนเองยืนยันจะต่อสู่ต่อไปจนถึงศาลฎีกา ส่วนในการกำหนดวันมารายงานตัวนั้นได้กำหนดไว้ที่ 6 ครั้ง ภายใน 1 ปี ซึ่งจะต้องมารายงานตัวจนถึงเดือนพฤศจิกายน 2561 ตอนนี้ทั้งหมดได้ลงชื่อตามระเบียบที่กรมคุมประพฤติกำหนด แต่เฉพาะตนเองได้ขอโอนการคุมประพฤติที่เขตอำนาจศาลบุรี เนื่องจากเดินมาขอนแก่นบ่อยๆ ไม่ไหว และมีค่าใช้จ่ายสูง