ประธานาธิบดีเปโตร โปโรเชนโก ของยูเครน แสดงความกังวลว่า ความรุนแรงที่กำลังเกิดขึ้นในเขตยึดครองของกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนฝักใฝ่รัสเซียอาจขยายตัวไปยังพื้นที่อื่นๆของประเทศ หลังเกิดเหตุระเบิดระหว่างการเดินขบวนเรียกร้องสันติภาพ ในเมืองคาร์คีฟ
การเดินขบวนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของพิธีรำลึกครบรอบ 1 ปี การเสียชีวิตของผู้ประท้วง 100 คนจากเหตุประท้วงขับไล่ประธานาธิบดีวิคเตอร์ ยานูโควิช อดีตผู้นำที่ฝักใฝ่รัสเซีย เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บอีกอย่างน้อย 10 ราย ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 4 ราย
ขณะที่ความคืบหน้าของข้อตกลงสันติภาพยูเครนฉบับใหม่ ล่าสุด กองทัพยูเครนและกลุ่มกบฏสามารถตกลงกันเรื่องการถอนอาวุธหนักเพื่อกำหนดพื้นที่กันชนได้แล้ว อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นทั้งสองฝ่ายประเมินว่าระยะเวลาของการเคลื่อนย้ายอาวุธหนักจะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 8 มี.ค. ซึ่งถือว่าล่าช้ากว่ากำหนดการที่ระบุในแผนสันติภาพถึง 5 วัน แต่ก็ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่สร้างความหวังให้กับทุกฝ่าย
คาร์คีฟเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในทางภาคตะวันออกของยูเครน ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่พูดภาษารัสเซีย ขณะนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาล และประชาชนส่วนใหญ่ในเมืองนี้ยังภักดีต่อประเทศชาติ