นับถอยหลังอีกเพียง 3 วันเท่านั้น สำหรับมาตรการ “ช้อปช่วยชาติ” ปีนี้ ที่สามารถนำค่าใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการ ยกเว้น สุรา ยาสูบ ตามที่ใช้จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท และนำใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบมาเป็นหลักฐานหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยจะเริ่มอย่างเป็นทางการวันเสาร์ที่ 11 พฤศจิกายนนี้ เป็นเวลารวม 23 วัน จนถึงวันที่ 3 ธันวาคม 2560 นอกจากนี้การใช้บริการอาบอบนวด และคาราโอเกะ หากมีการออกใบกำกับภาษีถูกต้องก็สามารถลดหย่อนได้เช่นกัน (อ่านข่าว >> อาบอบนวด-คาราโอเกะ เข้าเกณฑ์ช้อปช่วยชาติ)
ด้านประชาชนส่วนใหญ่มองว่า มาตรการดังกล่าวเป็นมาตรการที่ดี ซึ่งช่วยสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจให้ประชาชนจับจ่ายซื้อของ อีกทั้งยังนำใบกำกับภาษีไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้อีกด้วย นอกจากนี้หลายคนยังมีคำแนะนำถึงมาตรการช้อปช่วยชาติว่า ควรเพิ่มระยะเวลา รวมถึงวงเงินให้มากขึ้น อย่างนางสุรีรัตน์ พนักงานธนาคารออมสิน ซึ่งเป็นประชาชนที่เตรียมจะเข้าร่วมโครงการช้อปช่วยชาติ บอกว่า เป็นนโยบายที่ดี และการเริ่มต้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน เป็นเรื่องที่ดีเช่นกันเพราะจะเป็นการกระจายกำลังซื้อไม่ต้องไปกระจุกอยู่ช่วงปลายปี ส่วนแผนการใช้จ่ายตนคิดว่า จะใช้เงินในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคภายในครัวเรือน
ขณะเดียวกัน ก็ยังมีประชาชนอีกบางส่วนที่บอกว่า มาตรการช้อปช่วยชาติ ยังมีข้อจำกัดเรื่องการใช้จ่าย เนื่องจากต้องนำใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบมาเป็นหลักฐานในการหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งร้านค้าขนาดเล็กหรือร้านทั่วไป ส่วนใหญ่จะไม่มีใบกำกับภาษี โดยจะมีเฉพาะในห้างสรรพสินค้าหรือร้านขนาดใหญ่ จึงมองว่ามาตรการนี้เอื้อประโยชน์ไปทางห้างร้านขนาดใหญ่ จนทำให้ร้านค้าขนาดเล็กแทบไม่ได้ประโยชน์จากมาตรการดังกล่าวเลย พร้อมบอกว่ารัฐบาลควรมีมาตรการอื่นที่สามารถเข้าถึงประชาชนระดับรากหญ้าให้มากขึ้น
ทั้งนี้ ค่าสินค้าและบริการที่สามารถหักลดหย่อนภาษีช้อปช่วยชาติได้ คือ ค่าสินค้า อาหาร ค่าซ่อมรถ อุปกรณ์ตกแต่งรถ ค่านวดหน้า สปา สินค้าในร้านค้าปลอดภาษีเฉพาะส่วนที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม สามารถหักลดหย่อนภาษีได้ แต่ค่ารักษาพยาบาล ทองคำแท่ง หักภาษีไม่ได้ แต่ถ้าเป็นทองรูปพรรณหักภาษีได้เฉพาะค่ากำเหน็จ ส่วนค่าสาธารณูปโภค ค่าน้ำค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ค่าน้ำมัน ค่าที่พักในโรงแรม แพคเก็จทัวส์ ก็หักภาษีไม่ได้ ส่วนค่าตั๋วเครื่องบิน ก็หักภาษีไม่ได้ แต่ยกเว้นตั๋วในประเทศที่ผู้ประกอบการจดภาษีมูลค่าเพิ่มเท่านั้น ส่วนซื้อสินค้าตามตลาดสดเนื้อหมู เนื้อไก่ หนังสือ นิตยสาร และบัตรของขวัญตามห้างสรรพสินค้าก็หักภาษีไม่ได้ ซึ่งทุกอย่างต้องใช้จ่ายช่วง 11 พ.ย. ถึง 3 ธ.ค.นี้เท่านั้น และต้อวขอหลักฐานใบกำกับภาษีด้วย
ขณะที่มาตรการช้อปช่วยชาติ หากซื้อสินค้าและบริการเต็มวงเงิน 15,000 บาท มาดูว่าจะได้เงินคืนเงินภาษีเท่าไหร่กันบ้าง โดยผู้ที่มีเงินได้น้อยกว่า 150,000 บาท อยู่ในเกณฑ์ยกเว้นภาษีอยู่แล้ว ส่วยผู้มีรายได้ 150,000 ขึ้นไป ถึง 300,000 บาท ได้ภาษีคืน 750 บาท จากฐานการเสียภาษีที่ 5เปอร์เซ็นต์ รายได้ 300,000 บาท ถึง 500,000 บาท คืนภาษี 1,500 บาท และ 500,000 ถึง 750,000 บาท คืนภาษี 2,250 บาท และกลุ่มที่ได้คืนภาษีสูงสุด ก็คือกลุ่มคนที่มีรายได้ตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป จะได้รับคืนภาษี 5,250 บาท จากฐานการเสียภาษีที่ 35 เปอร์เซ็นต์ (อ่านข่าว >> “ช้อปช่วยชาติ” เริ่ม 11 พ.ย. - 3 ธ.ค. 60 รวม 23 วัน)