วันนี้ (8 พ.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำที่สะพานวังยาวซึ่งเปรียบเสมือนจุดชี้ชะตาชาวอำเภอบางสะพานลดลงอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่จากฝนที่ตกทั้งวันในอำเภอบางสะพานและเทือกเขาตะนาวศรี ทำให้โรงพยาบาลบางสะพานไม่วางยังไม่อาจวางใจต่อสถานการณ์น้ำได้ จึงเร่งอพยพผู้ป่วยหนัก 7 รายไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์และโรงพยาบาลหัวหิน
จากฝนที่ตกลงมาตลอดทั้งวันตั้งแต่เมื่อคืนนี้ ทำให้โรงพยาบาลบางสะพานไม่วางใจต่อสถานการณ์น้ำ จึงต้องเร่งอยยพผู้ป่วยหนักที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ จำนวน 7 ราย ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ และโรงพยาบาลหัวหิน พร้อมกับให้ผู้ป่วยที่นอนพักโรงพยาบาลบางส่วนกลับไปรักษาตัวที่บ้าน ทั้งยังลดให้บริการผู้ป่วยนอก โดยเปลี่ยนจากเปิดห้องตรวจโรค 7 ห้อง ให้เหลือเพียง 2 ห้อง เพื่อลดปัญหาผู้ป่วยติดค้าง หากเกิดน้ำท่วม
แม้ว่าระดับน้ำในสะพานวังยาวซึ่งเป็นจุดชี้วัดว่าน้ำจะท่วมอำเภอพางสะพานหรือไม่ จะลดลงอยู่ที่ขีดสีเขียว หมายถึงระดับน้ำปกติ แต่พื้นที่เทือกเขาตะนาวศรีซึ่งเป็นจุดต้นน้ำยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ทำให้โรงพยาบาลยังมีความกังวลว่าจะเกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมโรงพยาบาล จึงขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจตระเวนชายแดนมาช่วยขนย้ายอุปกรณ์เครื่องมือการแพทย์ไปเก็บไว้บนอาคารหกชั้นซึ่งด้านหลังของโรงพยาบาล
ส่วนในพื้นที่ ต.ร่อนทอง จุดที่น้ำสองสายมารวมกัน ถูกใช้เป็นเส้นทางเข้าออกหมู่บ้านป่าร่อน แทนการข้ามสะพาน เพราะน้ำท่วมครั้งที่แล้วสะพานทางเข้าหมู่บ้านถูกตัดขาด จนถึงตอนนี้ยังไม่ได้รับการซ่อมแซม ทำให้น้ำป่าที่ไหลหลากลงมาจากเทือกเขาตะนาวศรี ท่วมทางเข้าสำรองของหมู่บ้าน แต่ผู้นำหมู่บ้านได้ประกาศแจ้งเตือนให้นักเรียนโรงเรียนธนาคารออมสิน และโรงเรียนบ้านวังน้ำเขียว งดเดินทางไปเรียนออกไปก่อน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย พร้อมกับมีการแจกถุงยังชีพไว้ล่วงหน้าแล้ว
แม้ว่าฝนตกที่นี่จะเบาบางลง แต่ชาวบางสะพาน รวมทั้งโรงพยาบาลบางสะพาน ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตลอดคืนนี้ นั่นเป็นเพราะทุกคนกังวลว่าฝนที่ตกสะสมบนเขาจะทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก