โฉมหน้า “สัตว์เอเลี่ยน” ที่รุกรานไทย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

จากข่าว “หนอนตัวแบนนิวกินี” บุกไทยและพบว่าหนอนดังกล่าวกินหอยทากเป็นอาหาร ทั้งยังแบ่งตัวได้รวดเร็วเมื่อทำให้ตัวขาดลำตัวที่ขาดแต่ละชิ้นจะเติบโตเป็นตัวใหม่ได้และจะกลายเป็นยิ่งเพิ่มจำนวนขึ้นไปอีก วันนี้จะพาไปดูว่าที่ผ่านมาประเทศไทยมีสัตว์เอเลี่ยนตัวไหนบุกรุกแล้วบ้าง

เริ่มจาก “หนอนตัวแบนนิวกินี” สัตว์เอเลี่ยนตัวล่าสุดที่ค้นพบเมื่อวันที่ 31 ต.ค.60 อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี

จากรายงานของ ดร.นณณ์ ผาณิตวงศ์ ในรายงานการพบหนอนตัวแบนนิวกินีในประเทศไทย เว็บไซต์ http://siamensis.org/ ระบุว่า หนอนตัวแบนนิวกินี เป็นหนอนที่มีถิ่นกำเนิดบนเกาะนิวกินี โดยพื้นที่ที่พบครั้งแรกอยู่ในจังหวัดปาปัวตะวันตกของประเทศอินโดนีเซีย เมื่อโตเต็มที่แล้วมีลำตัวยาวประมาณ 5-6 เซนติเมตร ปลายแหลมทั้งสองด้านแต่ด้านที่เป็นหัวจะแหลมเล็กกว่า สีด้านหลังเป็นสีน้ำตาลเข้มและมีลายสีน้ำตาลอ่อนพาดกลางลำตัวตามแนวยาว ด้านท้องสีขาวและมีจุดสีขาวเล็กๆ ค่อนไปทางด้านหางซึ่งเป็นส่วนปาก หนอนชนิดนี้กินหอยทากเป็นอาหารหลัก และถ้าไม่สามารถหาหอยทากกินได้ ยังมีรายงานกินทากเปลือยและไส้เดือนด้วย ในการล่านั้นหนอนตัวแบนจะเลื้อยออกหากินในเวลากลางคืนและตามล่าหอยทากด้วยการตามกลิ่นเมือกไป โดยการกินหอยทากนั้นหนอนจะปล่อยน้ำย่อยออกมาย่อยเนื้อหอยทากก่อนที่จะดูดกินเข้าไป

อ่านข่าว : พบ “หนอนตัวแบนนิวกินี” ในไทย สัตว์รุกรานต่างถิ่นติดอันดับน่ากลัวที่สุดในโลก

อ่านข่าว : หวั่นหอยทากสูญพันธุ์ หลังพบ "หนอนตัวแบนนิวกินี" ระบาดใน 4 จังหวัด

ส่วนการกำจัด “หนอนตัวแบนนิวกินี” สามารถทำได้ 2 วิธีคือใช้น้ำร้อนลวกหรือหยอดด้วยเกลือป่น ห้ามใช้การสับหรือหั่นเพราะแต่ละชิ้นจะเติบโตเป็นตัวใหม่ได้และจะกลายเป็นยิ่งเพิ่มจำนวนขึ้นไปอีก อยากขอร้องให้ทุกคนที่พบเห็นช่วยกันกำจัดหนอนตัวแบนเพื่อช่วยชีวิตหอยทากท้องถิ่นของประเทศไทย

ในปัจจุบันประเทศไทยนำเข้าสัตว์และพืชต่างถิ่นเพื่อเพาะเลี้ยงมากมายหลากหลายชนิด บางชนิดนำเข้ามาเพื่อใช้ประโยชน์ในด้านอาหาร บางชนิดนำเข้ามาเพื่อใช้ในด้านการสันทนาการ และเมื่อเลิกเลี้ยงหรือโดนอุบัติเหตุก็มักหลุดกระจายไปยังแหล่งน้ำ ป่าบริเวณใกล้เคียงทำให้ปะปนกับสิ่งมีชีวิตพื้นเมืองในธรรมชาติ ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรและระบบนิเวศของประเทศ

เว็บไซต์ วิชาการ.คอม www.vcharkarn.com/varticle/41678 ระบุว่า จากการสำรวจของนักวิชาการพบว่า สัตว์ต่างถิ่นที่พบในเมืองไทยมีสัตว์ต่างถิ่นมากกว่า 3,500 ชนิด ส่วนมากจะเป็นสัตว์น้ำ และพืชต่างถิ่นมี 14 ชนิด โดยมี 7 ชนิดอยู่ในบัญชีของพืชต่างถิ่นที่ร้ายแรงของโลกประกอบด้วย ผักตบชวา ไมยราบยักษ์ หญ้าคา อ้อ ขี้ไก่ย่าน ผกากรอง และกระถิ่นยักษ์

ทั้งนี้ หากสัตว์ต่างถิ่นหลุดเข้าไปอยู่ในถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติจะส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมซึ่งเห็นได้ชัดเจนและรุนแรงในระยะเวลาอันสั้น จากการแพร่พันธุ์สร้างประชากรอย่างรวดเร็วและปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมสร้างผลกระทบต่อสมดุลนิเวศ สำหรับสัตว์เอเลี่ยนที่รุกรานในไทยก่อนหน้านี้ ได้แก่

ปลาเทศบาล ปลาซัคเกอร์ หรือปลากดเกราะ

การศึกษาของ ดร.รัฐชา ชัยชนะ ที่ศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบของปลาเทศบาลที่พบตามแหล่งน้ำธรรมชาติ พบว่า การแพร่กระจายของปลาเทศบาลทำให้เกิดการลดลงและสูญพันธุ์ของปลาท้องถิ่นชนิดอื่นไปเรื่อยๆ ปลาเทศบาลเป็นปลาที่นำเข้ามาจากทวีปอเมริกาใต้เพื่อใช้กำจัดสาหร่ายและของเสียที่ตกค้างอยู่ในตู้ปลา เมื่อมีขนาดใหญ่ผู้เลี้ยงมักจะนำไปปล่อยยังแหล่งน้ำธรรมชาติ ปลาก็สามารถเจริญเติบโตและสืบพันธุ์ได้ดี เนื่องจากปลาเทศบาลเหล่านี้เป็นปลาขนาดใหญ่ จึงมีความสามารถในการแก่งแย่งอาหารและที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะกับปลาที่มีขนาดเล็กกว่า จนมีผลทำให้ประชากรปลาอื่นลดจำนวนลงและสูญหายไปในที่สุด อีกทั้งพฤติกรรมการกินของปลากดเกราะที่ดูดกินอาหารใต้น้ำ รวมทั้งไข่ปลาและลูกปลา ขณะที่ตัวมันมีเกล็ดแข็ง ครีบด้านข้างลำตัวและครีบด้านหลังเป็นเงี่ยงแข็งหนา จึงทำให้มีศัตรูธรรมชาติค่อนข้างน้อย ถ้าหากปล่อยให้ปลากดเกราะเพิ่มจำนวนขึ้น จะทำให้ปลาดุกอุยและปลาดุกด้านมีโอกาสสูญพันธุ์ได้ อ่านข่าว : กรมประมงเข้มควบคุมปลาซัคเกอร์ (คลิป)

หอยเชอรี่ : Pomacea canaliculata (Lamarck)

หอยเชอรี่ เป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกรานในประเทศไทย หอยดังกล่าวสร้างความเสียหายในพื้นที่นาข้าวของประเทศไทยไม่น้อยกว่า 1 พันล้านบาทต่อปี และยังส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย โดยหอยเชอรี่มีความสัมพันธ์แบบแก่งแย่งอาหารและที่อยู่อาศัยกับหอยโข่งพันธุ์พื้นเมืองทำให้ปริมาณของหอยโข่งพันธุ์พื้นเมืองลดลง  และมีรายงานว่าหอยเชอรี่สามารถผสมพันธุ์กับหอยโข่งพันธุ์พื้นเมืองทำให้เกิดการปนเปื้อนทางพันธุกรรมระหว่างหอยทั้งสองชนิด อีกทั้งลูกผสมที่เกิดขึ้นมาอาจจะเป็นชนิดพันธุ์รุกราน การกำจัดหอยเชอรี่ในนาข้าวโดยใช้สารเคมีอาจทำให้สัตว์น้ำชนิดอื่นๆ ที่อยู่ในแหล่งน้ำรอบพื้นที่พิการ นอกจากนี้การเพิ่มจำนวนของหอยเชอรี่อย่างรวดเร็วยังส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงปริมาณชนิดพันธุ์ในระบบนิเวศ โดยทำให้นกปากห่างที่อพยพมาจากบังคลาเทศไม่อพยพกลับประเทศตามฤดูกาล เพราะประเทศไทยมีหอยเชอรี่ ซึ่งเป็นอาหารของนกปากหางอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ นกปากห่างเหล่านี้จะแย่งพื้นที่ทำรังของนกน้ำเฉพาะถิ่นขนาดใหญ่อื่นๆ ในประเทศไทย

ส่วนสัตว์ที่เลี้ยงเพื่อความสวยงามและมักพบในพื้นที่ธรรมชาติ เช่น ปลาการ์จระเข้ ปลาอราไพม่า อีกัวน่า และจระเข้ เป็นต้น

ด้วยความวิตกและห่วงใยของประชาคมโลก อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่ง ประกอบด้วย 42 มาตรา ได้บัญญัติไว้ในมาตรา 8 (h) ว่า "ประเทศภาคีภายใต้อนุสัญญาฯ จะต้องดำเนินการเท่าที่จะกระทำได้และเป็นไปในแนวทางที่เหมาะสมในการป้องกัน การนำเข้า ควบคุม หรือกำจัดชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่มีผลกระทบต่อระบบนิเวศ ถิ่นที่อยู่อาศัย และชนิดพันธุ์อื่น" ในฐานะประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาฯ ลำดับที่ 188 ต้องดำเนินการตามกรอบการดำเนินงานตามข้อกำหนดในอนุสัญญาฯ และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ในการประชุมครั้งที่ 3/2537 เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2537 ได้มีมติให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกรอบของอนุสัญญาฯ และในคราวประชุมเกี่ยวกับชนิดพันธุ์ต่างถิ่น (alien species) ที่เมือง Trondheim ราชอาณาจักรนอร์เวย์ ที่ประชุมได้เน้นย้ำว่า สาเหตุสำคัญที่จำเป็นต้องให้ความสนใจ เนื่องจากชนิดพันธุ์ต่างถิ่นเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดผลกระทบในทางลบต่อความ หลากหลายทางชีวภาพรองจากการทำลายถิ่นที่อยู่อาศัย 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก เว็บไซต์ http://siamensis.org/ , เว็บไซต์ วิชาการ.คอม www.vcharkarn.com/varticle/41678 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ