ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากสภาวิศวกรลงพื้นที่ตรวจสอบแผงกั้นอาคารจอดรถพบว่า ก่อสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กซึ่งได้มาตรฐานของอาคารจอดรถทั่วไป แต่ด้วยแรงปะทะของรถที่มีความเร็วสูง ทำให้แผงกั้นนี้ไม่สามารถต้านทานได้ แต่ยังมีอีกจุดที่น่าสนใจคือสภาวิศวกรมองว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีกฏหมายควบคุมการก่อสร้างแผงกั้นจอดรถอย่างชัดเจนเพื่อเข้ามาควบคุมมาตรฐาน เพราะอาจจะยังมีอาคารจอดรถอีกหลายแห่งที่การก่อสร้างไม่ได้มาตรฐานตามหลักวิศวกร
ทั้งนี้ ร่องรอยความเสียหาย บนพื้นที่อาคารจอดรถชั้น 4 ในคอนโดย่านคลองเตย ถูกกั้นเป็นพื้นที่อันตรายห้ามเข้า ตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา ซึ่งวันนี้ทางสภาวิศวกรพร้อมผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ตรวจความเสียหาย โดยเฉพาะความแข็งแรงของแผงกั้นอาคารจอดรถพบว่าเกิดความเสียหายอย่างหนักและกำแพงแตกทะลุเป็นบริเวณกว้าง เบื้องต้น ศาสตราจารย์ อมร พิมานมาศ เลขาธิการสภาวิศวกร มองว่า โครงสร้างแผงกั้นอาคารจอดรถดังกล่าว ใช้คอนกรีตเสริมเหล็ก สูงประมาณ 1 เมตร และมีความหนา 15 เซนติเมตร ซึ่งถือว่ายังอยู่ในมาตรฐาน
แต่ปัจจัยที่เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้มาจาก ความเร็วบวกแรงปะทะ ทำให้แผงกั้นไม่สามารถต้านทานความแรงของรถได้ พร้อมระบุว่า ในประเทศไทยเคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง แต่ที่ผ่านมายังไม่มีหน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบ ออกมากำหนดกฏหมายเพื่อควบคุมมาตรฐานของแผงกั้นอาคารจอดรถอย่างชัดเจน เนื่องจากแผงกั้นที่ได้มาตรฐานจะต้องสูง 1 เมตร 30 เซนติเมตร และกำแพงต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร
จากการลงพื้นที่ครั้งนี้ สภาวิศวกรจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมด เพื่อนำไปวิเคราะห์ จากนั้นจะเสนอการแก้ไขให้กับเจ้าของอาคาร เพื่อซ่อมแซมทันที เบื้องต้นเสนอแนวทางแก้ไขว่า สามารถเทคอนกรีตเสริมเหล็กทั้งแผงเพื่อเพิ่มความแข็งแรงได้
สำหรับอาคารจอดรถในประเทศไทย สภาวิศวกรเปิดเผยว่า หากไม่เข้าไปตรวจสอบมาตรฐานแผงกั้นอาคารจอดรถอาจจะพบความเสี่ยงเรื่องโครงสร้างอีกหลายแห่ง เบื้องต้นสัปดาห์หน้าจะเดินหน้าส่งหนังสือการกำหนดกฎหมายควบคุมอาคารโดยเฉพาะแผงกั้นจอดรถกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาในลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก