สภาพรถเบนซ์ ของนายเจนภพ วีรพร ที่ก่อเหตุขับพุ่งชนรถยนต์ฟอร์ด จนไฟลุกไหม้ ส่งผลให้นักศึกษาปริญญาโท 2 รายเสียชีวิต เมื่อช่วงต้นปีที่แล้ว ส่วนรถของนายเจนภพก็มีสภาพพังยับเยิน ไม่ต่างกัน นี่เป็นเหตุผลให้กู้ภัยนำตัว นายเจนภพ ส่งโรงพยาบาล ก่อนที่จะถูกตรวจวัดแอลกอฮอล์ เพราะเข้าใจว่า ได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่เมื่อพนักงานสอบสวนเดินทางไปถึงโรงพยาบาล และขอตรวจเลือด นายเจนภพกลับใช้สิทธิ์ปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่า กลัวเข็ม ภายหลังศาลจะพิพากษาให้นายเจนภพรับโทษในข้อหาประมาท และยกฟ้องในคดีเมาแล้วขับ เพราะสำนวนในชั้นพนักงานสอบสวนยังมีข้อสงสัย
แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่ วิเชียร ชุบไธสง ทนายความในคดีเบนซ์ชนฟอร์ดของฝ่ายผู้เสียหาย เชื่อว่า แม้ศาลจะหยิบยกข้อกฎหมายที่กำหนดว่า ปฏิเสธการตรวจวัดแอลกอฮอล์เท่ากับเมามาพิจารณา แต่ในทางการต่อสู้คดีจำเลยก็สามารถอ้างเหตุผลมาหักล้างถึงสาเหตุการตัดสินใจไม่ตรวจวัดในแง่มุมอื่นๆได้ เช่น อยู่ในอาการตกใจ นี่อาจเป็นช่องว่างที่ทำให้กฎหมายข้อนี้บังคับใช้จริงได้ยาก
สำหรับคดีของเบนซ์ชนฟอร์ด ไม่แตกต่างจากคดีของหมอยอร์น ที่คนก่อเหตุปฏิเสธตรวจวัดแอลกอฮอล์ ทนายความในคดีเบนซ์ชนฟอร์ดเชื่อว่า หากใครรู้ข้อกฎหมาย และตกอยู่ในสถานะเดียวกันกับหมอยอร์นหรือคนขับเบนซ์ในคดีที่เขาเคยทำให้ ก็ต้องทำเช่นนี้ เขาเสนอว่า ทางออกจำเป็นต้องแก้กฎหมายให้ตำรวจบังคับตรวจวัดแอลกอฮอล์ได้ทันที
ตามกฏหมาย หากขับรถโดยประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ผู้ต้องหามีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่หากเป็นข้อหาเมาแล้วขับจนทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต จะมีอัตราโทษที่สูงกว่า ขณะเดียวกันหากใครฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานไม่ยอมตรวจวัดแอลกอฮอล์ ก็จะมีโทษปรับอยู่ที่ไม่เกิน 1 พันบาท
สิทธิฤกษ์ สิทธิเริงชัยกุล ถ่ายภาพ
ปรารถนา พรมพิทักษ์ รายงาน