สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สถานการณ์การเมืองในเยอรมนีขณะนี้ ส่อแววเข้าสู่ภาวะชะงักงัน เพราะล่าสุด นายคริสเตียน ลินด์เนอร์ หัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (FDP) ซึ่งเป็นพรรคกลาง-ขวาที่มีสายสัมพันธ์อันดีกับภาคธุรกิจ ออกมาประกาศถอนตัวจากการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลผสมแบบ “จาเมกา” ร่วมกับอีก 2 พรรคใหญ่ คือ พรรค CDU ของนางแมร์เคิล และพรรคพันธมิตร รวมถึงพรรคกรีนส์ โดยให้เหตุผลว่าไม่มีความเชื่อใจที่จะร่วมรัฐบาลผสมนี้อีกต่อไป
ด้านนางแมร์เคิล เปิดเผยว่า รู้สึกผิดหวังกับผลที่ออกมา แต่ก็ให้คำมั่นว่าจะทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ประเทศผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ โดยมีกำหนดจะเข้าพบประธานาธิบดี ฟรังค์-วัลเทอร์ ซไตน์ไมเออร์ (Frank-Walter Steinmeier) ของเยอรมนี ในวันนี้ เพื่อแจ้งเรื่องการเจรจาที่ล้มเหลว
ทางเลือกหลังจากนี้ มีอยู่ 2 ทาง คือ จัดการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งครั้งนี้นางแมร์เคิลอาจไม่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้นำพรรคต่อ เนื่องจากผลการเลือกตั้งเมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ไม่เป็นที่น่าพอใจเท่าที่ควร ประชาชนกระจายลงคะแนนให้พรรคอื่นๆที่ไม่ใช่พรรคใหญ่มากขึ้น เห็นได้จากการที่พรรค AfD ซึ่งเป็นพรรคชาตินิยมขวาจัด ได้คะแนนเสียงมาเป็นอันดับ 3 และได้ที่นั่งในสภาเป็นครั้งแรกในรอบ 56 ปี
แต่หากไม่เลือกตั้งใหม่ พรรคร่วมรัฐบาลของนางแมร์เคิลก็ยังสามารถจัดตั้งรัฐบาลผสมเสียงข้างน้อยต่อไปได้ ซึ่งพันธมิตรเดียวที่เหลืออยู่และมีความเป็นไปได้มากที่สุดตอนนี้ ก็คือ พรรคกรีนส์ ส่วนพรรคอื่นๆ เช่น พรรคสังคมประชาธิปไตย (SDP) ของนายมาร์ติน ชูลส์ ซึ่งเคยเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ก็ประกาศชัดเจนตั้งแต่ต้นแล้วว่าครั้งนี้ต้องการเป็นพรรคฝ่ายค้าน นอกนั้นก็จะเหลือแค่พรรคฝ่ายซ้าย และพรรค AfD ซึ่งเป็นพรรคแนวคิดชาตินิยมขวาจัด