วันนี้ (22 พ.ย.60) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจน ว่า รัฐบาลทำเรื่องนี้ในปีที่ 3 เพราะต้องมีการทำข้อมูล แยกกลุ่มให้ชัดเจน และตราบใดที่เราไม่ช่วยกันรักษาผลประโยชน์ของตัวเองหรือกลุ่มของตัวเอง ก็จะมีคนไม่ซื่อสัตย์อยู่ เท่าที่มีข่าวออกมา พบว่ามีคนจำนวนหนึ่งที่ไม่เหมาะสมในการได้รับบัตรนี้ จึงขอให้ผู้ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวส่งเรื่องมาที่ตน ซึ่งจะส่งเป็นทางลับก็ได้ เพื่อจะได้มีการตรวจสอบและถอนบัตรออก รวมถึงจะต้องมีมาตรการลงโทษกับผู้กระทำผิดด้วย ทั้งนี้ สังคมต้องช่วยกันตรวจสอบ เพราะการประกอบอาชีพมีหลายอย่าง ทั้งที่จดทะเบียนและไม่จดทะเบียน อีกทั้งไม่มีหลักฐานทางกฎหมาย บัญชีมีจำนวนเงินน้อยกว่าที่กำหนด นี่คือความยากง่ายสังคมต้องช่วยกัน ขณะเดียวควรมีนโยบายที่คัดแยกคนออกเป็นกลุ่มๆ เพื่อให้รัฐบาลสามารถดูแลได้ ทั้งนี้รัฐบาลจะดูแลทุกกลุ่ม ทั้งระดับบน กลาง และล่าง อย่างวันนี้ระดับล่างเราก็ช่วยไป 300 บาท ก็ใช้งบประมาณมากพอสมควร แต่จะให้เงินจำนวนมากๆ แล้วให้ไปซื้อของเองก็ทำไม่ได้ เพราะจะหมดไปกับเรื่องอื่น อย่างบางครอบครัวก็เอาไปกินเหล้าหมด
ทั้งนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยการเคหะแห่งชาติ(กคช.) จัดทำโครงการอาคารเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อยปี 2559 ระยะที่ 2 รวม 3 โครงการ รวม 494 หน่วย วงเงินลงทุนรวม 248.7 ล้านบาท โดยแหล่งที่มาของเงินประกอบด้วย เงินอุดหนุนจากรัฐบาล และเงินกู้ภายในประเทศ สำหรับโครงการดังกล่าว ประกอบด้วย 3 พื้นที่ คือ โครงการ จ.สมุทรสาคร (กระทุ่มแบน 3) วงเงินลงทุนรวม 111 ล้านบาท 196 หน่วย , โครงการ จ.เชียงใหม่ (หนองหอย) วงเงินลงทุน 49.3 ล้านบาท 102 หน่วย และโครงการ จ. นครสวรรค์ 2 ระยะที่ 2 วงเงินลงทุน 88.3 ล้านบาท 196 หน่วย
ขณะที่โครงการดังกล่าว เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยแก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยทั่วไปที่ยังไม่สามารถซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้ และไม่สามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยประเภทเช่าได้ โดยการช่วยเหลือหากเป็นพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล จะครอบคลุมรายได้ 16,501-24,700 บาทต่อเดือนต่อครัวเรือน ด้านภูมิภาค สำหรับผู้มีรายได้ 9,501-14,600 บาทต่อเดือนต่อครัวเรือน สำหรับอัตราค่าเช่าจะอยู่ในช่วง 1,700-2,800 บาทต่อเดือน ด้านรูปแบบอาคารจะเป็นอาคาร 3-5 ชั้น 1 ห้อง ขนาด 28 ตารางเมตร โดยชั้นล่างจะเป็นที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุและผู้พิการ เพื่อให้มีที่อยู่อาศัยและเพิ่มคุณภาพชีวิต
อย่างไรก็ตามโครงการอาคารเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย เป็นไปตามแผนยุทธศาตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัย 10 ปี ตั้งแต่ปี 2559-2568 ซึ่งที่ผ่านมาการเคหะแห่งชาติจัดทำแล้ว 178 โครงการ จำนวน 61,000 หน่วย และมีผู้มีรายได้น้อยได้เข้าอยู่อาศัยแล้ว 59,000 หน่วย คิดเป็น 96% โดยปัจจุบันยังพบว่ายังมีผู้อยู่อาศัยในชุมชนแออัดจำนวนมาก รัฐบาลจึงเร่งผลักดันโครงการเพื่อให้ครอบคลุมผู้มีรายได้น้อยให้มีที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ