หากมีการสุ่มชาวญี่ปุ่นทั่วเเดนอาทิตย์อุทัย มา 100 คน 25 คน จะมีอายุมากกว่า 65 ปี เเละจากผลสำรวจที่พบว่า คนญี่ปุ่นส่วนมาก มีเเนวคิดที่อยากที่จะเสียชีวิตที่โรงพยาบาลมากกว่าเสียชีวิตที่บ้าน จึงทำให้ตอนนี้ ญี่ปุ่นมีปัญหาไม่สามารถรองรับผู้ป่วยสูงอายุได้ จากการสำรวจของ OECD พบว่า 80% ของคนญี่ปุ่นเลือกที่จะใช้เวลาช่วงท้ายของชีวิตที่โรงพยาบาลมากกว่าที่บ้าน ตัวเลขนี้สูงสุดใน 35 ประเทศที่มีการสำรวจกัน พวกเขารู้สึกว่าเสียชีวิตที่โรงพยาบาลปลอดภัยกว่า และไม่อยากเป็นภาระกับลูกหลานแต่เตียงสำหรับผู้สูงอายุนั้นหายาก โดยเฉพาะโรงพยาบาลในเมือง ทำให้มีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2030 จะยิ่งไม่พอ ขาดแคลนมากถึง 470,000 เตียงเลยทีเดียว และที่ไม่พอก็มีหลายปัจจัย ทั้งมีผู้สูงอายุมากขึ้นเรื่อยๆ แถมคนญี่ปุ่นก็นอนโรงพยาบาลนานกว่าคนชาติอื่นๆ จากผลสำรวจ ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 16 วัน ในขณะที่คนอังกฤษนอนแค่ 6 วัน
ด้วยเหตุนี้เอง คุณหมอ ยู ยาซูอิ เลยพยายามผลักดันให้มีการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่บ้านมากขึ้น จะมีคนมาแวะมาดูแลที่บ้าน รักษาตามอาการ ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา คลินิกของคุณหมอได้เข้าไปช่วยดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่เสียชีวิตที่บ้าน มากกว่า 500 คน คุณหมอยาซูอิ บอกว่า การที่มีหมอช่วยเหลือช่วยดูแลให้ผู้ป่วยสามารถใช้เวลาช่วงสุดท้ายของชีวิตในบ้านเป็นสิ่งที่ดี เพราะผู้ป่วยสามารถใช้ศักยภาพของตัวเองที่มีอยู่อย่างเต็มที่ และสามารถผ่อนคลาย อยู่อย่างชิลๆ ได้ ซึ่งในโรงพยาบาลคงทำไม่ได้แบบนั้น
การจะเเก้ปัญหาเรื่องความชรา ปัญหาหมอไม่พอ เเละเตียงในโรงพยาบาลหมดนั้น ก็ไม่สามารถที่จะใช้ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีมาช่วยได้มากนัก ต้องมาติดตามดูว่าญี่ปุ่นจะเเก้ปัญหานี้ในระยาวอย่างไร เผื่อว่าประเทศอื่นๆที่กำลังก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุจะได้เดินตาม
ภาพ : Reuters