เมื่อวันที่ (28 พ.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพถ่าย รถยนต์ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ สภาพด้านหน้าพังยับเยิน ไม่สามารถใช้งานได้ หลังประสบอุบัติเหตุ เมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เป็นหลักฐานที่ นายธีรพงษ์ เกตุราทร เจ้าของรถนำมาแสดงกับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ.
โดยระบุว่า วันเกิดเหตุ เพื่อนของพ่อนายธีรพงษ์ เป็นผู้ขับรถคันนี้มากับพ่อของเขาและผู้โดยสารทั้งหมดรวม 4 คน จากได้นั้นคนขับหลับในพุ่งชนท้ายรถคันหน้า ก่อนหักหลบไปเฉี่ยวอีกคันและพลิกคว่ำ อุบัติเหตุครั้งนี้ ถุงลมนิรภัยไม่ทำงานทำให้คนขับและผู้โดยสารที่นั่งมาด้วยได้รับบาดเจ็บสาหัส ทั้งที่รถคันนี้ผ่านการตรวจสภาพกับศูนย์บริการโตโยต้าและไม่เคยดัดแปลงอุปกรณ์ในรถมาตลอดการใช้งาน 12 ปี จึงต้องการให้บริษัทชี้แจงสาเหตุพร้อมแสดงความรับผิดชอบ
การเข้าร้องเรียนครั้งนี้ สคบ. ได้เรียกตัวแทนบริษัทโตโยต้า เข้ามาพูดคุยด้วย เบื้องต้นฝ่ายเทคนิค ชี้แจงกับผู้ร้องเรียนว่า สาเหตุที่ถุงลมนิรภัยรถคันนี้ไม่ทำงาน เพราะตำแหน่งการชนไม่ตรงกับตัวจับสัญญาณหรือเซ็นเซอร์ แต่ฝ่ายผู้ร้องเรียนก็ยังติดใจ เพราะตำแหน่งการชนเป็นการชนด้านหน้าในจุดที่เซ็นเซอร์ถุงลมติดตั้งอยู่ โดยจะนัดเจรจากันอีกครั้ง ในวันที่ 26 ธันวาคม
ทีมข่าวพีพีทีวี นำภาพรถยนต์คันเกิดเหตุ ไปให้หัวหน้าศูนย์วิจัยวิศวกรรมการประเมินและความปลอดภัยยานยนต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ตรวจสอบและวิเคราะห์สาเหตุที่ถุงลมนิรภัยไม่ทำงาน รองศาสตราจารย์สาประสิทธิ์ เกิดนิยม เปิดเผยว่า ด้วยหลักฐานที่มีอยู่ไม่สามารถสรุปสาเหตุได้ชัดเจน แต่การตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานถุงลมนิรภัยกรณีนี้ สามารถทำได้
โดยวิธีย้อนกลับไปดูข้อมูลขณะเกิดเหตุว่า ใน 3 จุด ประกอบด้วย 1. มีการเปลี่ยนแปลงความเร็วรถตอนขับขี่กับจังหวะที่ชนอยู่ในระดับใด เพราะตามหลักการถุงลมนิรภัยจะทำงานได้มีประสิทธิภาพ ก็ต่อเมื่อค่าความเร็วตอนขับขี่กับตอนชนต่างกันมาก 2. ความเสียหายด้านรถรถคันนี้ เกิดขึ้นในจังหวะชนหรือจังหวะพลิกคว่ำ ซึ่งตามภาพความเสียหาย พบว่ากันชนด้านหน้าในจุดใกล้กับเซ็นเซอร์ ยังอยู่ในภาพดี ไม่มีร่องรอยกระแทก และ 3. อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องทั้งตัวถุงลมนิรภัยและเซ็นเซอร์ อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่ เนื่องจากรถคันนี้มีอายุ 12 ปี
แม้ว่าเจ้าของรถจะยืนยันว่า รถผ่านการตรวจสภาพโดยศูนย์ของโตโยต้าเป็นประจำมาตลอดอายุการใช้งาน แต่รองศาสตราจารย์สายประสิทธิ์ แนะนำว่า ต้องย้อนกลับไปดูรายการตรวจสอบว่า ได้ทดสอบการทำงานของเซ็นเซอร์ถุงลมนิรภัยหรือไม่ เพราะโดยปกติจะมีอายุมาตรฐานการใช้งานเฉลี่ย เพียงแค่ประมาณ 3 ปี