วันนี้ (29 พ.ย.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวชี้แจงประเด็นการต่ออายุ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ที่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวานนี้ (28 พ.ย.60) เรื่องพื้นที่ปรากฎเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เพื่อใช้กับ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา ได้แก่ อำเภอจะนะ , อำเภอนาทวี , อำเภอเทพา , อำเภอสะบ้าย้อย และ 1 อำเภอในจังหวัดปัตตานี คืออำเภอแม่ลาน นั้น เป็น พ.ร.บ.ที่มีอยู่แล้ว ไม่ใช่ของใหม่ แต่จะหมดอายุในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ จึงต้องมีการต่ออายุไปอีก 1 ปี เพื่อดูแลความสงบในพื้นที่ ไม่เกี่ยวกับม็อบต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา และไม่ได้มุ่งหวังเพื่อจะคุมพื้นที่ม็อบต่อต้านการสร้างโรงไฟฟ้าแต่อย่างใด
โดยส่วนแกนนำผู้ชุมนุมนั้น ไม่ได้ใช้ พ.ร.บ.การชุมนุม ใช้กฎหมายปกติ ตอนนี้อยู่ในกระบวนการของศาล ส่วนจะรอมชอมได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาล ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน เพราะเป็นเรื่องของการทำผิดกฎหมาย กรณีการขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ กีดขวางการจราจร ซึ่งต้องการทำให้เป็นคดีตัวอย่าง สำหรับการชุมนุมอื่นๆด้วยว่า ทุกคนต้องทำงานภายใต้กฎหมายเดียวกัน และไม่เชื่อว่ามีการเมืองอยู่เบื้องหลัง
ทั้งนี้กรณีการสอบสวนการเสียชีวิตของ “น้องเมย” หรือ ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ พล.อ.ประวิตรขอให้รอผลการสอบสวนจากคณะกรรมการ ชุดที่ พล.อ.ธานไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ตั้งขึ้น ขณะนี้ยังไม่ได้รายงานให้ทราบ และตนไม่สามารถไปก้าวล่วงได้ แต่จะให้ความเป็นธรรม ซึ่งก็ต้องไปดูว่า เด็กเสียชีวิตเพราะอะไร สาเหตุมาจากตรงไหน รวมถึงอาการเจ็บป่วย ส่วนจะมีการชดเชยให้กับผู้เสียชีวิต หากพบว่ามีบุคคลเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องทำให้เสียชีวิตนั้น ขณะนี้ยังไม่ทราบผลการสอบสวน แต่ถ้าผลออกมาแล้วพบมีผู้ทำความผิด ก็ต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแล