วันนี้ (13 ธ.ค.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ต้องหาที่ถูกจับได้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบค้านอแรดข้ามชาติครั้งนี้ หนึ่งในนั้นเป็นเจ้าหน้าที่คนไทยในส่วนกักกันพืชของสนามบินสุวรรณภูมิด้วย โดยตำรวจระบุว่า นี่ไม่ใช่คดีแรกที่เจ้าหน้าที่ของสนามบินเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้าซากสัตว์ป่าเหล่านี้ ผู้ต้องหาที่ตำรวจรวบตัวได้ในครั้งนี้ มีทั้งหมด 3 ราย เป็นชาวจีน ชาวเวียดนาม และชาวไทย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ส่วนกักกันพืชของสนามบินสุวรรณภูมิ รับหน้าที่นำนอแรดมาพักไว้ ก่อนจะมีคนมารับเพื่อส่งต่อไปยังจุดหมายปลายทางอื่นอีกที
โดยจากการสืบสวน นอแรดทั้ง 14 ชิ้น มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท มีต้นทางมาจากประเทศแอฟริกา ก่อนจะมาผ่านประตูประเทศไทย เพื่อส่งต่อไปที่ประเทศลาว และเวียดนาม ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าปลายทางของซากสัตว์ป่าเหล่านี้จะไปอยู่ที่ไหน ทั้งนี้การส่งต่อซากสัตว์ป่าลักษณะหลายทอดแบบนี้ ทำให้ตำรวจยอมรับว่าการสืบสวนสอบสวน เพื่อสาวไปถึงหัวขบวนการทำได้ยากค่อนข้างยาก ซึ่งหลังจากควบคุมตัวได้ ก็ได้เร่งสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งหมดเพื่อขยายผล
ขณะที่จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ทั้งหมดให้การรับสารภาพ เพราะจำนนต่อหลักฐาน ตำรวจจึงเตรียมนำตัวฝากขังที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการต่อไป แต่จุดที่น่าสนใจ คือ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่การจับกุมขบวนการลักลอบค้าซากสัตว์ป่าข้ามชาติจะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปมีส่วนรู้เห็น ซึ่งจากการสอบปากคำ และเจ้าหน้าที่คนที่ถูกจับได้นี้ก็สารภาพว่าทำมามากกว่า 1 ครั้ง ตำรวจเชื่อว่าขบวนการเหล่านี้เลือกใช้เจ้าหน้าที่ในสนามบิน เพราะเชื่อว่าจะสามารถนำสินค้าหรือซากสัตว์ป่าผ่านออกไปง่ายขึ้น
ทั้งนี้ล่าสุด นอกจากของกลางที่เป็นนอแรดจำนวน 14 ชิ้น เงินที่คาดว่าเป็นค่าจ้างเจ้าหน้าที่ไทยจำนวน 150,000 บาทแล้ว ยังมีโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหาอีกด้วย ซึ่งขณะนี้ตำรวจกำลังนำไปตรวจสอบว่าก่อนถูกจับ ได้ติดต่อกับใครที่ไหน อย่างไรบ้าง เพื่อขยายผล