ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนและชุดปรามปรามการโจรกรรมรถ ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร ได้นำกำลังเข้าเข้าตรวจค้นอู่ซ่อมและประกอบรถไม่มีชื่อแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านกอกหม่น หมู่ 5 ตำบลสันปูเลย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขยายผลตรวจสอบรถบัสในอู่ดังกล่าวว่าจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หลังเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำที่บริเวณถนนเลียบคันคลองชลประทาน ตำบลแม่โป่ง อำเภอดอยสะเก็ด ทำให้มีผู้บาดเจ็บเป็นนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ทั้งหมด 12 คน และคนไทย 2 คน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบรถบัส 6 ล้อ สีม่วง-ขาว หมายเลขทะเบียน 32-3363 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นคันที่เกิดอุบัติเหตุดังกล่าวพบว่าหมายเลขทะเบียนไม่ตรงกับตัวรถ และเมื่อนำคนขับรถบัสไปตรวจปัสสาวะก็พบว่ามีสารเสพติดในร่างกายด้วย เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งให้เจ้าของอู่รถบัสนำเอกสารหลักฐานมาแสดง พร้อมทำการสอบปากคำ นายศักดิ์รินทร์ ทาศักดิ์ เจ้าของทัวร์ศักดิ์รินทร์ทราเวล ซึ่งเบื้องต้นยอมรับว่า ได้นำป้ายทะเบียนของรถคันอื่นมาใส่กับรถบัสคันที่ประสบอุบัติเหตุ เพราะยังอยู่ในขั้นตอนการขออนุญาตจากสำนักงานขนส่งฯ ส่วนเรื่องที่คนขับรถบัสเสพยานั้น ทางเจ้าของทัวร์อ้างว่าไม่เคยทราบมาก่อน
ด้านชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า รถบัสของนายศักดิ์รินทร์ ที่ประสบอุบัติเหตุ เป็นรถที่สำนักงานขนส่งยังไม่อนุญาตให้นำมาวิ่งเพื่อบริการนักท่องเที่ยว อีกทั้งรถคันดังกล่าวยังมีการสวมทะเบียนรถคันอื่น และเป็นรถจดประกอบที่ไม่ได้ผ่านการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก เพราะรถบัสคันนี้มีสภาพไม่สมบูรณ์
ด้านขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า ได้สั่งยึดใบอนุญาตขับขี่พร้อมทำการปรับคนขับรถบัสแล้ว ส่วนมาตรการในระยะยาวนับจากนี้จะกำชับให้ผู้ประกอบการรถบัสโดยสาร โดยเฉพาะรถบัสท่องเที่ยวเข้มงวดกวดขันกับคนขับรถมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเรื่องสารเสพติดรวมทั้งห้ามไม่ให้นำรถที่ไม่ได้รับอนุญาตมาใช้ และให้ตรวจสอบประวัติของผู้ขับอย่างละเอียดเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยขึ้นอีก