วันนี้ (23 ธ.ค.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดระบบเข้าคิวรับปืนสวัสดิการราคาถูก ที่ตำรวจชั้นประทวนจากทั่วประเทศสั่งจองไว้ตั้งแต่ปี 2558 วันนี้ถือว่ามีความรวดเร็วขึ้น แต่คนที่ได้รับคิวตั้งแต่ 1,000 ขึ้นไปยังคงต้องรอต่อไป ซึ่งพวกเขา ระบุว่า ต้องจำใจรอเพราะปืนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาตินำมาขายนั้น มีราคาถูกกว่าท้องตลาดเกินครึ่ง และวันนี้รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงมาดูพื้นที่ด้วยตัวเอง พร้อมยอมรับว่าการคาดการณ์คนสั่งจองมีปัญหาตั้งแต่เริ่มต้น และคาดไม่ถึงว่าจะมีตำรวจต้องการปืนจำนวนมากขนาดนี้
โดยนายตำรวจชั้นประทวนจำนวนมากที่นั่งรอ และนอนรออยู่ตามพื้นบนฟุตบาทในกองสรรพาวุธ สำนักงานส่งกำลังบำรุง ที่เดินทางมาต่อคิวรับปืนสวัสดิการราคาถูก ซึ่งสั่งจองไว้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติตั้งแต่ปี 2558 และต้นปี 2560 ขณะที่วันนี้ยอดรับบัตรคิวมีจำนวนมากถึง 2,500 คน
อย่างไรก็ตามตำรวจนายหนึ่งที่เดินทางมาจากจังหวัดขอนแก่น ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (22 ธ.ค.60) เปิดเผยว่า ต้องการมีปืนเป็นของตัวเองมานานแล้วแต่ไม่มีเงินมากพอ และเมื่อมีสวัสดิการให้ซื้อปืนราคาถูกจาก 55,000 บาท เหลือเพียง 23,890 บาท จึงสั่งจองปืนไว้ตั้งแต่ปี 2558 และยอมรอคิวยาวนานข้ามวัน เพราะปืนถือเป็นอาวุธคู่กายของตำรวจ
ขณะเดียวกันจากปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นทำให้ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงมาตรวจสอบพื้นที่แก้ปัญหา พร้อมยอมรับว่า ระบบจัดคิวผิดพลาด แต่ก็พยายามแก้ไข และให้แจกจ่ายปืนที่ถูกสั่งจองไว้ชั่วโมงละ 400 กระบอก รวมถึงเตรียมเปิดลงทะเบียนรับคิวออนไลน์ต้นปี 2561 ส่วนที่มีภาพปรากฎผ่านเพจเฟซบุ๊กที่มีตำรวจใช้รองเท้าจองคิว และนอนรอนั้น เชื่อว่าทุกคนไม่อยากเสียที่นั่งตามสัญชาติญาณ
ทั้งนี้สำหรับปืนที่ตำรวจสั่งจองเป็นปืนซิกซ์ ซาวเออร์ รุ่น พี 320 ตามโครงการขายปืนสวัสดิการราคาถูกสมัยที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จำนวน 150,000 กระบอก ปัจจุบันมีตำรวจสั่งซื้อแล้วกว่า 40,000 กระบอก รองโฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ปืนไม่สามารถนำไปขายต่อได้ เป็นได้เพียงมรดกตกทอดของตำรวจเท่านั้น ซื้อได้เพียงคนละ 1 กระบอก หลังมีการตั้งข้อสงสัยว่าอาจจะมีคนสวมรอยมาซื้อปืน นอกจากนี้ในวันที่ 28 ธันวาคม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะมาเป็นประธานส่งมอบปืนจำนวนนี้ให้กับสถานีตำรวจ ที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต