เสาไฟฟ้าที่ปักเรียงแถวอยู่ริมฝั่งชายทะเลบางขุนเทียน เป็นเสาไฟฟ้าที่มาจากการรื้อถอนในโครงการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน ทำให้เสาไฟที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้ว ถูกเคลื่อนย้ายกระจายไปให้พื้นที่ต่างๆ รวมไปถึงชายทะเลบางขุนเทียน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานครนำไปปักริมชายฝั่ง กันคลื่นกัดเซาะ ลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนที่อาศัยอยู่ริมทะเล
นายประสงค์ คุ้มประดิษฐ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง ระบุว่า การไฟฟ้านครหลวงเล็งเห็นผลกระทบคลื่นมากระทบชายฝั่งทะเลบางขุนเทียน ทราบว่าการกัดเซาะที่เกิดขึ้นมีผลกระทบต่อ 1 ปี ระยะทางลึกเข้าไปประมาณ 11 เมตร จากการกัดเซาะชายฝั่งทะเล เราเห็นว่าโครงการมหานครไร้สาย เป็นโครงการที่เราดำเนินการเรื่องสายใต้ดิน คือนำสายไฟฟ้าลงดิน ถอนเสา
ก่อนหน้านี้ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลบางขุนเทียนใช้วิธีการปักไม้ไผ่ป้องกันคลื่นกัดเซาะ แต่ไม้ไผ่เป็นวัสดุที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ มีอายุใช้งานได้เพียง 2-3 ปีเท่านั้น เมื่อเทียบกับการใช้งานเสาไฟฟ้าที่ใช้งานได้นานถึงกว่า 30 ปี ด้วยคุณสมบัติแข็งแรง และมีโครงสร้างเหล็กภายในที่รับแรงดัดได้ถึง 4.5 นิวตันเมตร หรือหักโค้งได้ประมาณ 7-8 เซนติเมตร
เสาไฟฟ้าที่ถูกรื้อถอนมา จะต้องขนย้ายด้วยเรือนำไปปักเป็นแนว 4 แถว ระยะห่างแถวละประมาณ 70 เซนติเมตร ทำให้ต้องใช้เสาไฟฟ้าประมาณ 3,600 ต้นต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร เบื้องต้นการไฟฟ้านครหลวงรื้อถอนเสาในถนนพหลโยธิน พญาไท และสุขุมวิท ส่งมอบให้กรุงเทพมหานครแล้ว 1,344 ต้น
หลังจากนี้การไฟฟ้านครหลวงเตรียมรื้อถอนเสาไฟฟ้าตามเส้นทางถนนเพิ่มเติมในระยะทางอีกกว่า 214.6 กิโลเมตร คาดว่าจะเสร็จสิ้นทั้งหมดในปี 2564 ซึ่งจะมีเสาไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้วอีกจำนวนมาก สามารถนำมาประยุกต์ใช้งานเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมได้อีกครั้ง
ทีมข่าวพีพีทีวี รายงาน