วันนี้ (27 ธ.ค.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถที่ประสบอุบัติเหตุบนถนนมลิวัลย์ จากอำเภอภูกระดึง ยาวไปจนถึงอำเภอเชียงคาน และบนถนนสาย 21 ตั้งแต่อำเภอด่านซ้าย มาถึงอำเภอเมือง หน้าแขวงการทางเลยที่ 1 และถนนสายวังสะพุง-หนองบัวลำภู และยังมีถนนอีกหลายๆ สาย ในพื้นที่จังหวัดเลย ที่เกิดอุบัติเหตุต่อเนื่อง โดยศูนย์วิทยุสว่างคีรีธรรมจังหวัดเลย รับแจ้งเหตุ ตั้งแต่เวลา 14.00 น. วันที่ 26 ธันวาคม ที่ผ่านมา จนถึงเที่ยงวันนี้ มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 32 รายแล้ว สาเหตุหลักมาจากน้ำและขี้ยางพาราที่รั่วไหลลงจากรถบรรทุกที่เมื่อมีฝนตก ทำให้ถนนลื่นเสียการควบคุม ซึ่งตลอดสองวันมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อยทั้งหมด 30 ราย และเสียชีวิต 1 ราย
โดย นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย สั่งการให้บังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาดกับรถที่ทำน้ำหรือขี้ยางพาราหกบนถนน และได้ขอความร่วมมือจาก แขวงการทาง ขนส่งจังหวัด ทางหลวงชนบท เพื่อช่วยกันประชาสัมพันธ์ ให้นักท่องเที่ยว และประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน ใช้รถด้วยความระมัดระวัง
ทั้งนี้ ปัญหาอุบัติเหตุที่มีสาเหตุมาจากน้ำยางพารา ซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องในจังหวัดเลยมานานหลายปีแล้ว โดยเมื่อ 2 ปีก่อน สมัยนายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์เป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ได้กวดขันตรวจสอบรถบรรทุก ที่ทำน้ำยางเรี่ยราดบนถนน สามารถจับกุมดำเนินคดีได้หลายรายในข้อหา ปล่อยให้วัสดุหรือสิ่งของลงบนทางหลวง มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ขณะที่ รองศาสตราจารย์วีรชัย พุทธวงศ์ หรืออาจารย์อ๊อด อาจารย์ภาควิชาเคมี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุว่า น้ำยางพาราที่หกบนพื้นถนน มีสารแอมโมเนียผสมอยู่ เมื่อแอมโมเนียระเหยน้ำยางจะแข็งตัวกลายสภาพเป็นฟิล์มเกาะแน่นเคลือบผิวถนน ทำให้ล้อรถไม่สามารถยึดเกาะได้ ซึ่งการล้างออกก็ทำได้ยาก ต้องฉีดน้ำแรงดันสูงเท่านั้นจึงจะสามารถล้างออกได้หมด
ด้านนายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง ระบุว่า จากกรณีที่เกิดขึ้นในจังหวัดเลย ได้สั่งการให้แขวงทางหลวงจังหวัดดำเนินการล้างถนนเพื่อป้องกันเกิดเหตุซ้ำ แต่ยอมรับว่าไม่สามารถตรวจสอบกลับไปเอาผิดกรณีที่เกิดอุบัติเหตุได้ เพราะทำได้ยาก แต่ที่ผ่านมาไม่เคยปล่อยปะละเลย โดยได้มีการตั้งด่านตรวจจับตลอด แต่ก็ยอมรับว่าการตรวจสอบทำได้ไม่เต็มที่
อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวต่อว่า แนวทางแก้ไขปัญหาจะต้องเร่งทำความเข้าใจกับเกษตรกรเพื่อชี้แจงถึงอันตราย และความผิดทั้งหมด เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความเดือนร้อนให้กับประชาบนผู้ใช้รถใช้ถนน รวมถึงกรมทางหลวงเพราะจะต้องใช้แรงงานคนจำนวนมากเพื่อนำสารเคมีไปล้างน้ำยางออกจากถนน และต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1 สัปดาห์