ไขปมยานอนหลับ-ยาไบโพลาร์ส่งผลต่อการตรวจสารเสพติดหรือไม่


โดย PPTV Online

เผยแพร่




คดีของ เสก โลโซ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการตรวจหาสารเสพติด ซึ่งเจ้าตัวออกมาอ้างว่า กินยานอนหลับ และกินยารักษาอาการไบโพลาร์ ทำให้เกิดคำถามขึ้นว่า ยาทั้งสองชนิดนี้หากกินเข้าไปจะส่งผลต่อการตรวจหาสารเสพติดหรือไม่

วันนี้ (8 ม.ค. 61) ทีมข่าวพีพีทีวีได้สอบถาม “รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์” หรือ “อาจารย์อ๊อด” อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถึงกรณีที่ว่ายานอนหลับและยาไบโพลาร์ส่งผลทำให้ปัสสาวะสีม่วงได้หรือไม่นั้น อาจารย์อ๊อดได้อธิบายว่า ยานอนหลับกับยาไบโพลาร์ รวมถึงยาเสพติด จะออกฤทธิ์ในการกดประสาทส่วนกลางเหมือนกัน โดยยาทั้ง 3 ตัว หากทำการทดสอบปัสสาวะม่วงก็จะให้สีออกมาเป็นสีม่วงเหมือนกัน ฉะนั้นทางตำรวจต้องส่งผลไปที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐาน หรือ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อไปตรวจสอบอีกทีว่าเป็นสารกลุ่มไหน เพราะในยาทั้ง 3 ตัว จะมีสารเฉพาะคนละประเภท โดยจะต้องตรวจผ่านเครื่องมือวิทยาศาสตร์ขั้นสูงที่ชื่อว่า “จีซีเอ็มเอส” หรือเครื่องตรวจสารกระตุ้นในนักกีฬาโอลิมปิก เพื่อพิสูจน์ผลให้แน่ชัด 

อาจารย์อ๊อด ยืนยันว่า ยืนยันว่ายานอนหลับทั้ง 5 ตัวนั้น ไม่มีส่วนผสมของเมทแอมเฟตามีนแน่นอน ส่วนยาไบโพลาร์จะมียาหลายชุดเพื่อปรับอารมณ์ให้คงที่ ก็จะมีสารเคมีคนละตัวกันเลย โดยสารเมทแอมเฟตามีน ที่เป็นสารตั้งต้นในการผลิตยาไอซ์ ยาบ้านั้น สารนี้จะไม่พบในกลุ่มยานอนหลับหรือไบโพลาร์ โดยทั้งยาเสพติด ยานอนหลับ และยาไบโพลาร์ สามารถก่อให้เกิดปัสสาวะสีม่วงได้ ขณะที่ปกติแล้วยาที่ใช้รักษาโรคนั้นจะใช้ในปริมาณที่เหมาะสมกับคนไข้ หากมีการให้ยาเกินปริมาณที่ร่างก่ายจะรับนั้น ก็อาจจะทำให้ไปออกไปปัสสาวะได้ ส่วนสารเอ็มดีเอ็มเอ อยู่ในกลุ่มประเภทยาอี ก็ไม่มีพบอยู่ในกลุ่มยานอนหลับและยารักษาไบโพลาร์เลย

ขณะที่ปัจจุบันประเทศไทยใช้เครื่อง “จีซีเอ็มเอส” เป็นเครื่องที่ใช้กันทั่วโลก หากผู้ต้องหาไม่เชื่อถือเครื่องนี้ก็สามารถส่งไปให้แลปอื่นตรวจได้ การทำงานของเครื่องนั้น เมื่อเวลาฉีดปัสสาวะเข้าไปจะใช้ความร้อนเปลี่ยนให้สารกลายเป็นไอ แล้วมันจะเข้าคอลัมน์ในการแยกเป็นสารเอ สารบี สารซี แล้วสารที่แยกออกมามันจะเทียบกับสารที่มีอยู่ในระบบ เช่น ยาอี ยาบ้า ยานอนหลับ ยาไอซ์ ระบบนี้จะมีสารอยู่ประมาณ 1 ล้านตัว แล้วก็จะไปจับกับสารที่มีอยู่ว่าตรงกับตัวไหน เครื่องนี้เป็นเครื่องที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก และนำไปใช้กับการตรวจโด้ปนักกีฬาด้วย ถ้าเราเจอกลุ่มสารเสพติดแล้วเรามั่นใจว่าเราไม่ได้เสพยาเสพติดเราก็ต้องไปสู้ในชั้นศาล ทำให้ศาลเชื่อว่า สถาบันนิติวิทยาศาสตร์เชื่อว่าตรวจมาไม่ตรงกับยาที่ตัวเองกินเข้าไป

TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ