วันนี้ (12 ม.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมลงพื้นที่ตรวจสอบราคาจำหน่ายอาหารในสนามบินดอนเมือง และยืนยันว่า ราคาจำหน่ายเริ่มต้นไม่ได้แพงกว่าสนามบินในต่างประเทศ ซึ่งมีทางเลือกให้ประชาชนได้เลือกใช้บริการ แต่ได้สั่งการให้บริษัทท่าอากาศยานไทย ตั้งคณะกรรมการเข้ามาตรวจสอบราคาอาหารของร้านค้าว่าเป็นไปตามสัญญาสัมปทานหรือไม่
ขณะที่การตรวจสอบราคาจำหน่ายอาหารในสนามบินดอนเมืองวันนี้ พบว่า ราคาจำหน่ายอาหารเริ่มต้นที่ 60 บาท ขณะที่น้ำดื่มแบบขวดเริ่มต้นที่ 7 บาท ซึ่งขายอยู่ในพื้นที่ฟู๊ดคอร์ท โดยนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ยืนยันว่า ราคานี้เมื่อเทียบกับต่างประเทศถือว่ายังถูกกว่า ขณะที่ในส่วนของร้านค้าที่มีแบรนด์มีการจำหน่ายอาหารในราคาที่แพงกว่าในห้างสรรพสินค้า 10-15 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากเป็นพื้นที่ของรัฐที่จะต้องแข่งขันในเรื่องราคาสัมปทานและให้แบ่งส่วนแบ่งรายได้ให้กับรัฐ ทำให้ต้นทุนบางส่วนได้ถูกส่งผ่านไปยังราคาอาหาร โดยในประเด็นนี้ได้สั่งการให้บริษัทท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบราคาอาหารในสนามบิน เข้ามาตรรวจสอบการจำหน่ายอาหารว่าเป็นไปตามสัญญาสัมปทานหรือไม่
ขณะที่ประชาชนที่ใช้บริการ บอกว่า ราคาอาหารที่จำหน่ายในสนามบินหลักถือว่ายังแพงเกินไป อยากให้ทอท.ปรับลดค่าเช่าพื้นที่ของสัมปทานลง เพราะเชื่อว่าจะทำให้ราคาถูกลง เนื่องจากราคาอาหารแพงจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ และความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว
สำหรับประเด็นการลดค่าสัมปทานเพื่อให้ราคาอาหารที่จำหน่ายดลงลง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่า มีความเป็นไปได้ เพราะว่าสัมปทานร้านค้ามีอายุไม่ได้นาน แต่ราคาจำหน่ายต้องไม่สูงกว่าราคาทั่วไปเกิน 20-25 เปอร์เซ็นต์ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่า ปัญหาใหญ่ของสนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ คือ การประชาสัมพันธ์ที่ยังไม่ทั่วถึงให้กับผู้โดยสาร เพราะขณะนี้มีร้านค้าทางเลือกจำหน่ายอาหารราคาถูกแต่ประชาชนยังไม่ทราบ จึงได้สั่งการให้ทางสนามบินเร่งประชาสัมพันธ์เรื่องนี้