วันนี้ (12 ม.ค.61) นายธนากร ใจสุขสกุลดี มัคคุเทศก์ และ ล่ามภาษาญี่ปุ่น เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวพีพีทีวีว่า จากการตรวจสอบแฟ้มประวัติคดีอาชญากรรมของกรมตำรวจญี่ปุ่น และจากข้อมูลของเพื่อนที่อยู่ในเมืองนาโกย่า พบว่า ไม่มีรายชื่อ นายชิเกฮารุ ชิเรอิ อยู่ในกลุ่มของหัวหน้าของแก๊งยากูซ่าแต่อย่างใด เพราะแก๊งยากูซ่าจะมีสาขาแยกย่อยเป็นจำนวนมาก รวมถึงตำรวจจะมีข้อมูลที่ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ จึงทำให้ระบุชัดได้ว่า นายชิเกฮารุ เป็นเพียงสมาชิกในสังกัดแก๊ง โกโดไก เท่านั้น
โดย นายชิเกฮารุ ชิเรอิ หรือชื่อจริงคือ ชิไร ชิเกฮารุ (ในญี่ปุ่นจะนำนามสกุลขึ้นก่อนชื่อ) หลังจากก่อเหตุในญี่ปุ่นแล้วได้หลบหนีไปเมื่อปี 2005 ตำรวจญี่ปุ่นจึงได้ออกหมายจับให้กับตำรวจสากลทั่วโลก ซึ่งแก๊งยากูซ่าที่เขาสังกัดอยู่นั้น เป็นสาขาย่อยของแก๊งที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น หรือ ถ้าจะให้เข้าใจง่ายๆ คือ เป็นเพียงแก๊งประจำอำเภอ ซึ่งล่าสุดมีข่าวว่าตำรวจไทยสามารถควบคุมตัว นายชิเกฮารุ ได้ก็จริง แต่ทางด้านคนญี่ปุ่นก็ไม่ค่อยแปลกใจกับเรื่องดังกล่าวมากนัก เพราะผู้ต้องหาที่กระทำความผิดคดีร้ายแรงในญี่ปุ่น ส่วนใหญ่มักจะหลบหนีมายังประเทศไทยอยู่แล้ว เนื่องจากประเทศไทยเดินทางมาง่าย และคนไทยเป็นมิตรสนิมสนมกับคนญี่ปุ่น รวมถึงมีธุรกิจของคนญี่ปุ่นและชาวญี่ปุ่นจำนวนมากอยู่ในไทย จึงไม่แปลกที่จะมีชาวญี่ปุ่นสูงอายุ เดินทางมาอยู่ไทยได้อย่างไม่มีปัญหา
ทั้งนี้ส่วนรอยสักของยากูซ่านั้น เท่าที่ทราบ คือ จะไม่มีกฎตายตัว และส่วนใหญ่จะสักเป็นลายที่หมายถึงความเข้มแข็ง หรือกล้าหาญ เช่น ลายมังกร งูจงอาง แต่ความจริงแล้วสิ่งที่ใช้กำหนดเพื่อบ่งบอกถึงสัญลักษณ์ของแก๊งคือ เข็มกลัด ที่จะติดบนปกเสื้อบริเวณหน้าอก นอกจากนี้แก๊งยากูซ่าจะมีระบบการปกครองที่มีความซับซ้อนและละเอียดเป็นอย่างมาก ปัจจุบันแก๊งยากูซ่าปรับเปลี่ยนไปมาก เริ่มส่งบุตรหลานตัวเองไปเรียนหนังสือต่างประเทศ ทำให้บางคนเป็นหมอ ทนายความ ทันตแพทย์ และนักดนตรีก็มี