จอห์น ฟีลีย์ เอกอัคราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศปานามา ระบุว่าสาเหตุที่ลาออกเพราะก่อนเข้ามาทำหน้าที่ ตัวเขาได้สาบานตนว่าจะรับใช้ประธานาธิบดีและรัฐบาลด้วยความศรัทธา แม้จะไม่เห็นด้วยกับนโยบายบางส่วนก็ตาม แต่ตัวเขาได้รับคำแนะนำว่า หากรู้ว่าไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ก็ควรลาออกไป อย่างไรก็ตาม การลาออกของ ฟีลีย์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับ การที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ถูกกล่าวหาว่าใช้ถ้อยคำเหยียดหยามบางประเทศว่าเป็นบ่อปฏิกูล เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดย ฟีลีย์ ได้แจ้งต่อกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค ที่ผ่านมา
ขณะที่ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติออกมาประณามว่าคำพูดของผู้นำสหรัฐเป็นสิ่งที่ “น่าตกใจ” และ “น่าอับอาย” รวมถึงเข้าข่าย “เหยียดเชื้อชาติ” เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคสมัชชาแห่งชาติแอฟริกา พรรครัฐบาลในแอฟริกาใต้ ที่ออกมาระบุว่า ถ้อยคำดังกล่าว “น่ารังเกียจมาก” และเราเองก็ไม่มีวันลดเกียรติ กล่าวคำพูดเสียหายถึงประเทศใดๆ ไม่ว่าประเทศเหล่านั้นจะมีปัญหาเศรษฐกิจและสังคมอย่างไร
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ชี้แจงผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว โดยยอมรับว่าตัวเองใช้ภาษาที่รุนแรงจริงในการประชุมเกี่ยวกับโครงการคุ้มครองผู้อพยพเมื่อวานนี้ แต่ไม่เคยใช้คำว่า “บ่อปฏิกูล” นอกจากนี้ ทรัมป์ยังบอกว่า ตนไม่เคยพูดอะไรดูหมิ่นชาวเฮตินอกเหนือจากว่า เฮติเป็นประเทศที่ยากจนและมีปัญหามาก รวมถึงไม่เคยพูดว่า “เอาพวกนี้ออกไป” โดยอ้างว่าทั้งหมดเป็นสิ่งที่พวกเดโมแครตกุขึ้น พร้อมกับยืนยันว่าตนมีความสัมพันธ์ที่ดีกับชาวเฮติ