วันนี้ (15 ม.ค.61) นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ให้สัมภาษณ์ว่า จากข้อมูลสิ้นปี 2560 ประเทศไทยมีรถแท็กซี่ซึ่งครบอายุการใช้งาน 9 ปี ประมาณ 30,000 คัน จากที่มีให้บริการทั่วประเทศประมาณ 1 แสนคัน ดังนั้นขณะนี้จึงมีจำนวนแท็กซี่ที่ให้บริการจำนวนประมาณ 70,000-80,000 คันที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก
นายกมล กล่าวต่อว่า ตามระเบียบของกองตรวจการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางบก ระบุว่า การจดทะเบียนรถยนต์รับจ้าง (แท็กซี่) ไม่ว่ายี่ห้อใด จะมีอายุการใช้งานได้ไม่เกิน 9 ปี โดยการนำรถมาจดทะเบียนรถแท็กซี่จะต้องเป็นรถใหม่หรือรถที่จดทะเบียนมาแล้วไม่เกิน 2 ปี และต้องมีไมล์วิ่งไม่เกิน 20,000 กิโลเมตร และรถมีความกว้าง 1.70-2.50 เมตร ความยาว 4.50-6.00 เมตร และมีความสูงไม่เกิน 2 เมตร โดยมีกำลังของเครื่องยนต์ไม่น้อยกว่า 80 กิโลวัตต์ เมื่อให้บริการครบ 9 ปีแล้วจะต้องนำป้ายทะเบียนรถสาธารณะมาคืนให้กับนายทะเบียน และจดเป็นรถป้ายดำ หรือรถนั่งส่วนบุคคลแทน หากจะให้บริการรถแท็กซี่ต่อจะต้องหารถคันใหม่ที่มีคุณสมบัติข้างต้นมาเพื่อจดทะเบียน โดยปัจจุบันยังไม่มีการจำกัดจำนวนการให้บริการรถแท็กซี่ ดังนั้นถ้ามีรถที่อยู่ในคุณสมบัติข้างต้นก็สามารถขอจดทะเบียนเป็นรถแท็กซี่เพื่อให้บริการได้
แต่เนื่องจาก กรมการขนส่งทางบก มีข้อกำหนดว่าผู้ที่นำรถมาจดทะเบียนเป็นรถแท็กซี่หลังวันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 เพื่อให้บริการ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ต้องติดตั้งอุปกรณ์ส่วนควบเพื่อความปลอดภัย อาทิ เครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถ (GPS Tracking) อุปกรณ์บ่งชี้ผู้ขับรถ ปุ่มฉุกเฉินสำหรับผู้โดยสารเพื่อขอความช่วยเหลือ อุปกรณ์ที่ใช้บันทึกภาพภายในรถ โป๊ะไฟหลังคาแบบใหม่ และมีป้ายไฟแสดงสถานะ “ว่าง” เป็นสีเขียว รวมทั้งมีการใช้แอพพลิเคชั่น “แท็กซี่โอเค” (TAXI OK) เพื่อเรียกใช้บริการ และเป็นการยกระดับคุณภาพการให้บริการแท็กซี่ โดยค่าโดยสารของแท็กซี่โอเคเท่ากับแท็กซี่ปัจจุบันคือเริ่มต้นที่ 35 บาท และมีค่าบริการเรียกผ่านแอพพลิชั่นครั้งละ 20 บาท โดยจะเปิดตัวในวันที่ 25 ม.ค.61
นายกมล กล่าวต่อว่า สำหรับแท็กซี่ซึ่งไม่ใช่แท็กซี่ใหม่แต่ยังอยู่ในช่วงการให้บริการ 9 ปี หากต้องการเป็นแท็กซี่โอเค ก็สามารถติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมได้ เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้บริการเรียกผ่านแอพพลิเคชั่น “แท็กซี่โอเค” (TAXI OK) ได้
แต่ก็ยังมีกลุ่มคนขับแท็กซี่ที่ไม่เห็นด้วยมารวมตัวเคลื่อนไหว เรียกร้องให้ กรมการขนส่งทางบกพิจารณายกเลิกข้อบังคับ ( อ่านข่าว : คนขับแท็กซี่เรียกร้อง ยกเลิกบังคับติดตั้งอุปกรณ์ส่วนควบหันมาอบรมแทน )
ตั้งเป้าแอพพลิเคชั่น “แท็กซี่โอเค” (TAXI OK) แก้ปัญหาผู้โดยสารโดนเท
นายกมล อธิบายว่า แอพพลิเคชั่น “แท็กซี่โอเค” (TAXI OK) จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสารได้ในระดับหนึ่ง เนื่องจากมีการตกลงนัดหมายกันผ่านแอพพลิเคชั่นแล้ว รวมทั้งยังช่วยลดปัญหาการจราจร เพราะไม่ต้องขับรถตระเวนหาผู้โดยสาร รวมทั้งอุปกรณ์ต่างๆ ที่ติดตั้งภายในรถแท็กซี่แบบใหม่ยังช่วยเรื่องความปลอดภัยทั้งของผู้ขับแท็กซี่และผู้โดยสาร และคุ้มครองทรัพย์สินของผู้โดยสารหากลืมสิ่งของไว้ในรถ
สำหรับรูปโฉมของแท็กซี่แบบใหม่และแบบเก่า ภายนอกที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด คือ ป้ายไฟ “ว่าง” สีเขียว และโป๊ะไฟหลังคาแบบใหม่ ส่วนภายในดูได้จากตารางเปรียบเทียบ
คุณว่าแท็กซี่แบบใหม่โอเคไหม?