วันนี้ (25 ม.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ได้มอบหมายให้ธนาคารออมสิน เร่งปรับโครงสร้างจากเดิมที่เป็นองค์กรเงินฝาก เป็นองค์กรที่จะต้องเข้าไปดูแลลูกค้า 4 คลัสเตอร์ คือ กลุ่มลูกค้าฐานราก โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ถือบัตรผู้มีรายได้น้อย กลุ่มชนชั้นกลางที่ต้องการสร้างตัวหรือทำธุรกิจเพิ่ม กลุ่มสตาร์ทอัพ และกลุ่มผู้สูงอายุที่ต้องออกมาตรการเสริมให้สร้างรายได้ โดยให้ทำแผนให้เสร็จภายในช่วงที่รัฐบาลเหลือวาระอีกประมาณ 1 ปี
โดย นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ต้องการให้ธนาคารออมสิน เข้ามาส่งเสริมมาตรการสนับสนุนบัตรผู้มีรายได้น้อยเฟส 2 ให้เป็นภารกิจสำคัญที่จะต้องแล้วเสร็จภายในปีนี้ ผ่านหมอประชารัฐสุขใจ หรือ เอโอ ที่จะทำหน้าที่แทนธนาคารในการเข้าไปดูแลคนจนกลุ่มที่มีปัญหา ซึ่งอยากให้ธนาคารออมสินเตรียมบุคลากรให้พร้อมก่อนที่จะเริ่มลงไปเก็บข้อมูลคนจนนอกภาคเกษตรในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคมนี้ โดยตั้งเป้าหมายที่จะให้คนจนมีงานทำ และมีรายได้เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 25 เปอร์เซ็นต์ ภายในปีนี้ ในขณะที่ผู้ถือบัตรคนจนที่ไม่มีความประสงค์จะเข้าร่วมโครงการจัดหางานในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเฟส 2 ภาครัฐจะไม่มีการบังคับ ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ แต่ก็จะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือต่อเดือนเพิ่มขึ้น
ขณะที่ในสัปดาห์หน้า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ เอสเอ็มอีที่มียอดขายไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อปี หลังการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในปี 2561 ให้กับลูกจ้าง สามารถนำรายจ่ายทั้งหมดจากการจ้างงานมาหักลดหย่อนภาษีได้ 1.15 เท่าของเงินค่าจ้างเต็มจำนวน โดยมาตรการดังกล่าวจะมีผลตั้งแต่เดือนเมษายนถึงธันวาคมปีนี้