ทั้งนี้ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ชุดเดิมมีสัดส่วนเป็นข้าราชการทหาร ตำรวจมาก จนเกิดเป็นข้อกังวลกับการสรรหา กสทช. ชุดใหม่ เพราะจากจำนวนผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือก 86 คน ยังคงมีรายชื่อเป็นข้าราชการ หรืออดีตข้าราชสายทหารอยู่จำนวนมาก การเสวนาในวันนี้จึงเป็นการใช้พื้นที่แลกเปลี่ยนความเห็น ทั้งจากกลุ่มผู้ประกอบโทรทัศน์ กลุ่มผู้บริโภค รวมถึงผู้สมัคร และกรรมการสรรหา เป็นแนวทางในการคัดสรรผู้สมัครอย่างเหมาะสม มาช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด
ในมุมของผู้ประกอบการ นายสุภาพ คลี่ขจาย นายกสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล ให้ความเห็นว่า กสทช.แบบที่ต้องการควรเป็นคนที่มีความคิดอิสระ สามารถปกป้องการแทรกแซงจากปัจจัยภายนอกได้ เป็นคนที่เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของสังคม โลก เทคโนโลยี ในแง่ความคิดต้องไม่มีทัศนคติลบต่อสื่อ และต้องมีความคิดดูแลประคับประคองมากกว่ากำกับสื่อ ทำงานด้วยการประสานงาน พึ่งพาอาศัยกัน มีบทบาทสำคัญให้อุตสาหกรรมสื่ออยู่รอดได้ในสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทุกวันนี้
ขณะที่ นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค มองว่า หน้าที่สำคัญหนึ่งของคณะกรรมการ กสทช. คือสายงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภคหรือส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน ในการคัดเลือกครั้งนี้ถือว่ามีผู้ให้ความสนใจสมัครเข้าในสายงานนี้จำนวนมาก รวมแล้ว 18 คน เท่ากับสายงานด้านกฎหมาย สิ่งที่คาดหวังกับ กสทช. ชุดใหม่คือ การเข้ามาแก้ปัญหาให้กับผู้บริโภคอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการนำปัญหาที่ถูกร้องเรียนบ่อยครั้ง เช่น ปัญหา SMS ปัญหาการคงสิทธิเลขหมาย ยกระดับการแก้ไขไปสู่การคุ้มครองผู้บริโภคเป็นการทั่วไป หรือในระดับกฎหมาย ที่สำคัญควรรับฟังความเห็น ให้ประชาชนมีส่วนร่วม จัดการปัญหา
อีกส่วนหนึ่งที่ผู้บริโภคเสนอคือการให้ กสทช.มีส่วนดูแลเรื่องการแข่งขัน และคุณภาพของผู้ประกอบการ สนับสนุนการสร้างสื่อที่มีเสรีภาพ และเข้มแข็ง เป็นตัวแทนในการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในสังคม เพื่อนำเสนอให้กับประชาชน พร้อมชี้ว่า กรรมการที่จะสรรหามาทั้ง 7 คน ต้องเข้าใจการทำงานของทุกสายงาน โดยเฉพาะงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภคที่ควรเป็นภารกิจของกรรมการทุกคนไม่เพียงแต่ผู้ถูกคัดเลือกมาในสายงานนี้เท่านั้น ต้องร่วมกันสร้างคุณภาพ การเข้าถึง และการคุ้มครองผู้บริโภคให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด